นายพรเพิ่ม ทองศรี สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานกรรมาธิการพลังงาน วุฒิสภา กล่าวว่า จากสถานการณ์ตะวันออกกลางส่อยืดเยื้อ มาตรการการประหยัดการใช้ต้องเริ่มเข้มงวดเรื่องนี้ไม่ใช่ว่าพูดกันไปลอยๆ เราจะต้องมีมาตรการให้ประชาชนประหยัด เช่น การทำ Carpool หากรถที่จะเข้ากรุงเทพฯ นั่ง 2 คนแทนที่จะเป็นคนเดียว จะช่วยลดปริมาณรถได้ถึง 30% ช่วยทั้งเรื่องประหยัดน้ำมันและลดปัญหารถติด

ส่วนการปรับมาใช้รถอีวี นายพรเพิ่ม กล่าวว่า แม้รถ EV จะสำคัญ แต่ต้องเข้าใจว่าไฟฟ้าที่ใช้ชาร์จ 60-70% มาจาก LNG หากไม่ประหยัดการใช้ไฟฟ้า ปัญหาเรื่องพลังงานก็ยังคงอยู่ และเราก็ซื้อก๊าซมาจากกาตาร์ด้วย

“ถ้าพูดถึงว่าไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน ตนมองว่าในเรื่องกฎหมายและการลงโทษของเราไม่เข้มงวด เป็นลายลักษณ์อักษร เราไม่ได้ใช้การปฏิบัติ หรือใช้การปฏิบัติไปแล้ว แล้วก็ไปเจอตอก็ถอยกัน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด ต้องลงโทษให้จริงจัง เพื่อจะได้เป็นตัวอย่าง และเปิดเผยมาเลยนะ ไม่ต้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตัวผู้ร้ายไปคุ้มครองเขาได้อย่างไร คนกระทำความผิด เราไม่เปิดหน้าเปิดตาไม่มีใครรู้เลย ที่จริงควรจะให้รู้ คนจะได้รู้จักและเตรียมตัว คนนี้ไม่ดีนะ ต้องลงโทษให้หนักนะ

และการลงโทษอย่างหนึ่งที่ผมสังเกต เราลงโทษแบบ ‘ไม่เกิน’ สมมุติเพดานโทษความผิดนี้ลงโทษไม่เกิน 10 ปี คำว่าไม่เกิน 10 ปี คือ 0-10 ปี ใช่หรือไม่ โอกาสที่จะไม่ถูกลงโทษก็มีมาก การลงโทษแบบนี้ไอ้โม่งไม่กลัว เมื่อเขาทำอย่างนั้น แสดงว่าเขามีพาวเวอร์และมีเงิน เงินสามารถปิดได้ทุกอย่าง” นายพรเพิ่ม กล่าว

นายพรเพิ่มยังมีข้อแนะนำเรื่องขยะและพลาสติก ควรปลดล็อกข้อกำหนดเรื่องขยะเพื่อนำมาผลิตไฟฟ้า และใช้ระบบเปลี่ยนพลาสติกกลับมาเป็นน้ำมัน

เขาเห็นว่า รัฐบาลควรลงทุนและลดข้อจำกัดด้านเกษตรกรรมเพื่อนำชีวมวลมาใช้ประโยชน์ และประการที่สาม หากมีไฟฟ้าเหลือจากการผลิตด้วยโซลาร์เซลล์ ลม หรือน้ำ ให้นำมาผลิตไฮโดรเจนเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถบรรทุก รถไฟ และโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยให้ไทยไม่ต้องพึ่งพาพลังงานจากต่างชาติ

ส่วนที่นิด้าโพลสำรวจความเห็นประชาชน พบว่ามีความเชื่อมั่นในรัฐบาลลดลง นายพรเพิ่ม กล่าวว่า กังวลแน่นอน ที่จริงเราควรจะให้โอกาสรัฐบาลบ้าง เพราะถ้าเกิดรัฐบาลทำอะไร ตัดสินใจอะไรไปโดยที่ว่าไม่ได้ก้าวเข้ามา 100% อำนาจเต็มที่มันยังไม่มี เราต้องให้โอกาสทำงาน.