ในการประชุมสภาวันที่ 28 พ.ค. เป็นเรื่องที่คนไทยควรร่วมกันเดือดดาล  ด้วยเรื่องสิทธิความปลอดภัยของคนไทย ที่กลายเป็นว่า “แล้วเราจะหวังความปลอดภัยจากโครงการขนาดใหญ่อย่างไรได้ ??” เมื่อที่สุดแล้ว เรื่องสมุดพกผู้รับเหมา ห้ามคนเคยมีปัญหารับงานรัฐ ก็ยังเลื่อนลอย  เหมือนนักการเมืองรับปากส่งเดช  

มีการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของ “สส.แบงค์” ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน เรื่อง แนวทางการจัดการปัญหาอุบัติเหตุจากการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ ตั้งถามนายกรัฐมนตรี มอบ รมว.คมนาคม ติดภารกิจทั้งคู่ เลยมอบหมาย “รมช.โต้ง” สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เป็นผู้ชี้แจงแทน 

นายศุภณัฐ กล่าวว่า สืบเนื่องจากการแถลงผลสอบกรณีเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟสาย กทม.-อุบลราชธานี ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา ผ่านไป 4 เดือน คณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงแถลงสรุปสาเหตุว่ามีความล้มเหลวเชิงระบบใน 5 ประเด็น โดยเฉพาะบริษัทก่อสร้าง และบริษัทที่ปรึกษามีการทำผิดสัญญาชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของเครน หรือระบบการเดินรถที่บกพร่องระหว่างก่อสร้าง การสั่งวิศวกรสนามเริ่มงานโดยพลการ ไม่มีการรอใบอนุญาตทำงาน รวมถึงมาตรฐานของวัสดุก่อสร้าง และการตรวจสอบเครนตามกฎหมายกำหนด จึงถือว่าสามารถบอกยกเลิกสัญญา แล้วขึ้นแบล็กลิสต์เป็นผู้ทิ้งงานได้

“ช่วงเกิดเหตุใหม่ๆ นายกรัฐมนตรีออกมาแอ๊คชั่นบอกว่าต้องสั่งยกเลิกสัญญาทันที แต่จนถึงวันนี้ยังไม่เห็นการยกเลิกสัญญาใดๆ รัฐบาลจะสั่งหน่วยงานในกำกับให้บอกยกเลิกสัญญากับ บริษัท อิตาเลียน-ไทย ที่ทำการก่อสร้าง แล้วขึ้นแบล็กลิสต์เป็นผู้ทิ้งงานไม่ให้เข้ามาประมูลงานรัฐได้อีกหรือไม่ หากสั่งยกเลิก จะดำเนินการให้แล้วเสร็จเมื่อใด”

นายสิริพงศ์  ชี้แจงว่า ล่าสุดทำหนังสือไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อขอทราบแนวทางอำนาจหน้าที่ อสส.ตอบกลับมาว่า การใช้ดุลพินิจของ รฟท. ในการบอกเลิกสัญญาทางปกครอง ควรคำนึงผลดีผลเสีย ประโยชน์สาธารณะ หลักความได้สัดส่วน หลักพอสมควรแก่เหตุ ตลอดจนผลกระทบในการบอกเลิกสัญญาประกอบด้วย ยืนยันว่าความตั้งใจของ รฟท. คือบอกเลิกสัญญา แล้วขึ้นแบล็กลิสต์รายนี้

“แต่สิ่งที่มันจะตามมาคือ สิ่งที่ผู้รับจ้างดำเนินการไปก่อนหน้านี้แล้วยังไม่ได้มีการส่งมอบงาน อาจเป็นเรื่องการฟ้องร้องต่อไปในอนาคต ซึ่งมีการบริหารสัญญามาแล้ว 99.5% เหลืออีก 22 ช่วง ใช้ระยะเวลาอีกประมาณ 5 เดือน การก่อสร้างจะแล้วเสร็จตามสัญญา แต่หากมีการยกเลิกสัญญาในช่วงนี้ คาดว่ากระบวนการทั้งสิ้น รวมถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจาก 5 เดือน จะขยับออกไปเป็น 2 ปี และสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมนี้ ยืนยันว่าไม่ได้เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้เท่านั้น แต่เกิดขึ้นจากความหละหลวมในการดำเนินการมาอย่างยาวนานต่อเนื่อง”

ทำให้นายศุภณัฐ สวนกลับว่า จากที่ รมช.คมนาคม สรุปก็คือไม่ยกเลิกสัญญาอยู่ดี แล้วอ้างอัยการฯ ขอฝากไปยังนายกรัฐมนตรีว่าวันหลังนายกรัฐมนตรีจะสั่งอะไร ปรึกษาอัยการฯ ก่อน ไม่ใช่สั่งเอาภาพ สั่งสร้างภาพ แล้วสุดท้ายทำไม่ได้ หากจะสั่ง ไปสั่งแล้วไม่ต้องออกข่าวทำให้ประชาชนคาดหวังว่าเอาจริงเอาจังก็ได้ ตนแนะนำว่ามีอีก 2 วิธี คือ 1.รอให้เขาทำงานให้เสร็จงวดสุดท้ายก่อนแล้วค่อยแจ้งยกเลิกสัญญาวันนั้น 2.สามารถใช้เหตุจากตึก สตง. ถล่ม ที่บริษัทผู้รับจ้างเดียวกัน กระทำผิดเช่นเดียวในการยกเลิกสัญญา แล้วขึ้นแบล็กลิสต์ได้ แต่ก็ไม่มีการดำเนินการ  

“เรื่องสมุดพกผู้รับเหมาเพื่อหักแต้มหากทำให้เกิดอุบัติเหตุ ที่จะมีการลดชั้นผู้รับเหมาหากทำผิดพลาด ผมเคยเสนอให้เร่งลงนามในกฎกระทรวง แต่ไม่มีความคืบหน้า จนเกิดเหตุเครนถล่มที่ อ.สีคิ้ว ช่วงเดือน ม.ค. 69 ทำให้ไม่สามารถลดชั้นผู้รับเหมาได้  นายกฯ รวมถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ขายฝันบอกว่าสมุดพกจะเสร็จเดือน ก.พ. 69 แต่จนถึงวันนี้ยังไม่เสร็จ คำพูดของนายกฯ รวมถึง รมว.คลัง เชื่อถือไม่ได้” นายศุภณัฐ กล่าว

นายสิริพงศ์ ชี้แจงว่า การยกเลิกเป็นอำนาจของบอร์ด เนื่องจากโครงการก่อสร้างมีมูลค่ามากกว่า 200 ล้านบาท ส่วนกรณีสมุดพก กระทรวงคมนาคมติดตามอยู่ เรามีการสอบถามจากกรมบัญชีกลาง ยอมรับว่าตอบไม่ได้ว่าจะเสร็จเมื่อใด เพราะตนไม่ได้เป็นคนเซ็นอนุมัติ คนออกสมุดพกคือกรมบัญชีกลาง แต่แนวทางหารือได้รับคำตอบจากรมบัญชีกลางว่า ให้ความสำคัญกับทีโออาร์มาเป็นอันดับแรก สมุดพกคือการหักแต้มหลังเกิดเหตุ  

นายศุภณัฐ กรีดให้อีกว่า “สุดท้ายก็คือไม่ยกเลิกสัญญา เขาเรียกว่าพูดแล้วไม่ทำ จะพูดก่อนทำไมถ้ายังไม่รู้ว่าทำได้หรือไม่ พูดมั่วๆ พูดหาเสียง สร้างภาพหรือไม่ เรื่องสมุดพกก็ไม่มีใครให้คำตอบได้ ดังนั้นอย่าพูดอะไรที่ทำไม่ได้ มันจะเสียหน้าเปล่าๆ ขณะที่กรณีถนนยุบที่หน้าวชิรพยาบาล ที่มีบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชัน จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ช.การช่าง ผ่านมาแล้ว 8 เดือนยังไม่มีผลสอบสวน ทั้งที่คณะกรรมการสอบสวน มี รมว.คมนาคมแต่งตั้ง การตั้งคณะกรรมการสอบถนนยุบ พบว่ามีคนนอก ประมาณ 20%  

ผลสอบกรณีถนนยุบ มีข่าวหลุดที่ผมได้มา อยู่ในกระบวนการเสนอ รมว.คมนาคม ผู้รับเหมาไม่ผิด โทษทุกอย่างเป็นเหตุสุดวิสัย โทษน้ำประปา โทษน้ำใต้ดิน โทษทุกอย่างยกเว้นผู้รับเหมา มาตรฐานการทำงานและการเลือกปฏิบัติของรัฐบาลต่อผู้รับเหมา ว่าขึ้นอยู่ว่าเป็นใครหรือไม่ ถนนยุบ ผ่านมา 8 เดือนแถลงไม่ได้ ทั้งที่กรรมการตรวจสอบ เป็นคณะที่กระทรวงคมนาคมแต่งตั้ง ทั้งนี้เป็นเพราะ บริษัท ซิโน-ไทยฯ หรือไม่ และจะประกาศแถลงผลสอบสวนเมื่อใด”

นายสิริพงศ์ ชี้แจงอีกครั้งว่า ผลสอบกรณีถนนยุบ ตนยังไม่ได้รับรายงาน ตนจะติดตาม แต่ไม่ทราบนายศุภณัฐได้ข้อมูลวงในมาอย่างไร ตนอยู่ในกระทรวงยังไม่ทราบ และไม่ทราบว่าหากผลเหมือนหรือต่างจากที่พูดมาจะเป็นอย่างไร เวลาที่กล่าวหา มีสิทธิตั้งข้อกล่าวหา แต่อยากให้เกี่ยวกับความเป็นจริง

เป็นเรื่องที่คนไทยควรคิดแล้ว ว่าต่อไปเกิดอุบัติเหตุกับโครงการก่อสร้างอีก เช่น ถนนพระรามสอง แล้วจะเอาผิดใคร ในเมื่อพอต้องแตะเจ้าใหญ่ รัฐบาลก็ยึกยักไปเรื่อย  เราเรียกร้องหาความกล้าหาญจากรัฐบาลได้หรือไม่

ภารกิจของ “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ให้การต้อนรับ นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และนางโง เฟือง ลี ภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 28-29 พ.ค.นี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้การเดินทางเยือนประเทศไทยในครั้งนี้ตรงกับโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม   

ในการหารือ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือด้านการทหาร การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะออนไลน์สแกม และการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) และย้ำหลักการไม่อนุญาตให้บุคคลใดใช้ดินแดนของอีกฝ่ายในการเคลื่อนไหวทางการเมือง และจะร่วมกันผลักดันการดำเนินการตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนในกรอบอาเซียนไปปฏิบัติอย่างจริงจัง

ส่วนด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยจะไปเปิดงานสัมมนาทางธุรกิจไทย-เวียดนามในบ่ายวันนี้ด้วย พร้อมตั้งเป้าหมายผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้ถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีโดยเร็ว  รวมถึงส่งเสริมการลงทุนระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยังร่วมเป็นสักขีพยานในการแลกเปลี่ยนเอ็มโอยู ระหว่างบริษัท Vietjet กับ EEC เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานในพื้นที่ EEC

ส่วนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ นายนรเศรษฐ ปรัชญากร สว. ประธาน กมธ.การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เปิดเผยว่า กมธ.ได้ทำหนังสือเพื่อขอเข้าพบ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อปรึกษาหารือถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 18/2568 ซึ่งมีประเด็นที่เป็นเงื่อนไขที่ทำให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรงได้ ทั้งนี้เพื่อเป็นทางออกของประเด็นที่ว่า สามารถให้มีคูหาเพื่อเลือก ส.ส.ร. ได้หรือไม่ หากไม่รีบมาก และต้องการความชัดเจนในกระบวนการ ทางฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรควรชะลอการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไปก่อน

การประชุมสภา ยังมีวาระพิจารณาตั้ง กมธ.ศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ โดย นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์เสนอ และอภิปรายว่า รัฐบาลขาดความโปร่งใสขาดแผนที่ชัดเจน อยู่บนสมมุติฐานที่เป็นไปไม่ได้  ปกติเรือที่ผ่านช่องแคบมะละกาจะใช้เวลาประมาณ 9 วัน ขนตู้คอนเทนเนอร์ประมาณ 20,000 ตู้ต่อเรือ เท่ากับต้นทุนในการเดินเรือ ณ ปัจจุบัน เท่ากับ 90 ล้านบาท

หากใช้แลนด์บริดจ์ กระทรวงคมนาคมบอกว่าจะทำให้ประหยัดเวลาได้ 3-4 วัน  บริษัทเดินเรือบอกว่าอย่างเก่งคือ 2 วัน ตนเองยกให้ 4วันเต็ม ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมา คือค่าระวางรถไฟ ค่าขนตู้ขึ้นลงจากเรือและรถไฟ ค่าใช้จ่ายโดยรวมในการผ่านแลนด์บริดจ์คือ 270 ล้านบาท สมมุติฐานอ้างว่าโครงการนี้เพราะจะประหยัดเวลาประหยัดเงินมันเป็นไปไม่ได้  อีกทั้งการขนถ่ายพร้อมกันจำนวนมาก ยังทำให้เกิดภาวะแออัด      

อีกทั้งมาเลเซียก็มีการดำเนินโครงการเสมือนกับโครงการแลนด์บริดจ์ของเราแต่เค้าทำเกือบเสร็จแล้วต้นปี 72 มีแผนที่จะเปิดใช้แล้ว และมี 2 ท่าเรือน้ำลึกที่เปิดใช้อยู่ คือท่าเรือกวนตันอยู่ฝั่งอ่าวไทย และท่าเรือกลังที่อยู่ฝั่งอันดามัน   เขาจะสร้างเส้นทางรถไฟเชื่อมสองท่าดังกล่าว  เชื่อมต่อเกือบถึงจังหวัดนราธิวาส มีทางเลือกอื่นให้กับผู้ประกอบการ

ถ้าไม่ทำแลนด์บริดจ์ ประชาธิปัตย์มีแผน เซาท์เทิร์น คอนเนค (Southern Connect) สร้างเส้นทางคมนาคม เพื่อที่จะทำให้โอกาสของคนใต้มีมากขึ้นในทุกภาค คือการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ที่จะเชื่อมระหว่างกรุงเทพฯยาวลงไปถึงนราธิวาส  และสร้างเส้นทางรถไฟทางคู่ ที่เริ่มไว้ตั้งแต่สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ตอนนี้วิ่งไปถึงชุมพรแล้วควรจะต้องเชื่อมต่อไปถึงมาเลเซีย 2 โครงการหลักนี้ใช้เงินประมาณไม่ถึง 7แสนล้านบาท

ทีมข่าวการเมือง