สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ว่า นายอับดุลเลาะห์ อัล-ฮัมมาดี เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยา และหัวหน้าปฏิบัติการเพิ่มปริมาณฝนตกในพื้นที่ จากศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของยูเออี สแกนแผนที่สภาพอากาศบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อหาการก่อตัวของเมฆ พร้อมกล่าวว่า การทำฝนเทียมจำเป็นต้องมีเมฆฝน แต่มันก็เป็นปัญหาเช่นกัน เพราะไม่ใช่ว่ามันจะเกิดขึ้นเสมอไป

กระบอกบรรจุสารเคมีสำหรับทำฝนเทียม ติดอยู่กับปีกเครื่องบินของศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ ระหว่างปฏิบัติภารกิจทำฝนเทียม เหนือกรุงอาบูดาบี เมืองหลวงของยูเออี

ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ รวมกับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น และเศรษฐกิจที่กระจายสู่ภาคการท่องเที่ยวและอื่น ๆ เป็นตัวผลักดันความต้องการน้ำในยูเออี ซึ่งต้องอาศัยโรงงานแยกเกลือออกจากน้ำทะเลราคาสูง ที่ใช้ประโยชน์จากน้ำเค็ม

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่หลายคนเชื่อว่า ฝนเทียมสามารถช่วยเหลือในเรื่องนี้ได้ โดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ในกรุงอาบูดาบี ผสมผสานการยิงพลุเกลือดูดความชื้นกับการปล่อยอนุภาคนาโนของเกลือ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่กว่า เข้าไปในกลุ่มก้อนเมฆ เพื่อกระตุ้นและเร่งกระบวนการควบแน่น และหวังว่าจะผลิตหยดน้ำขนาดใหญ่พอที่จะตกลงมาเป็นฝนได้

โฮโลแกรมแสดงการทำฝนเทียม ที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ ในกรุงอาบูดาบี

“การทำฝนเทียม ช่วยเพิ่มอัตราปริมาณน้ำฝนประมาณ 10-30% ต่อปี และจากการคำนวณของเรา ปฏิบัติการฝนเทียมมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่ากระบวนการแยกเกลือออกจากน้ำทะเลอย่างมาก” ฮัมมาดี กล่าว

ขณะที่นายเอ็ดเวิร์ด เกรแฮม นักอุตุนิยมวิทยาจากมหาวิทยาลัยไฮแลนด์ส แอนด์ ไอแลนด์ส ในสหราชอาณาจักร กล่าวว่า เกลือที่ใช้ในการทำฝนเทียมในยูเออี ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม.

เครดิตภาพ : REUTERS