สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ว่า นายอับดุลเลาะห์ อัล-ฮัมมาดี เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยา และหัวหน้าปฏิบัติการเพิ่มปริมาณฝนตกในพื้นที่ จากศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของยูเออี สแกนแผนที่สภาพอากาศบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อหาการก่อตัวของเมฆ พร้อมกล่าวว่า การทำฝนเทียมจำเป็นต้องมีเมฆฝน แต่มันก็เป็นปัญหาเช่นกัน เพราะไม่ใช่ว่ามันจะเกิดขึ้นเสมอไป

ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ รวมกับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น และเศรษฐกิจที่กระจายสู่ภาคการท่องเที่ยวและอื่น ๆ เป็นตัวผลักดันความต้องการน้ำในยูเออี ซึ่งต้องอาศัยโรงงานแยกเกลือออกจากน้ำทะเลราคาสูง ที่ใช้ประโยชน์จากน้ำเค็ม
How is the UAE making it rain? This plane is being sent into the sky 9,000 feet above the parched deserts. The plane releases salt flares into the most promising white clouds, hoping to trigger rainfall https://t.co/Os5xyi8M7V pic.twitter.com/aXU05Zgofs
— Reuters (@Reuters) August 31, 2022
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่หลายคนเชื่อว่า ฝนเทียมสามารถช่วยเหลือในเรื่องนี้ได้ โดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ในกรุงอาบูดาบี ผสมผสานการยิงพลุเกลือดูดความชื้นกับการปล่อยอนุภาคนาโนของเกลือ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่กว่า เข้าไปในกลุ่มก้อนเมฆ เพื่อกระตุ้นและเร่งกระบวนการควบแน่น และหวังว่าจะผลิตหยดน้ำขนาดใหญ่พอที่จะตกลงมาเป็นฝนได้

“การทำฝนเทียม ช่วยเพิ่มอัตราปริมาณน้ำฝนประมาณ 10-30% ต่อปี และจากการคำนวณของเรา ปฏิบัติการฝนเทียมมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่ากระบวนการแยกเกลือออกจากน้ำทะเลอย่างมาก” ฮัมมาดี กล่าว
ขณะที่นายเอ็ดเวิร์ด เกรแฮม นักอุตุนิยมวิทยาจากมหาวิทยาลัยไฮแลนด์ส แอนด์ ไอแลนด์ส ในสหราชอาณาจักร กล่าวว่า เกลือที่ใช้ในการทำฝนเทียมในยูเออี ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม.
เครดิตภาพ : REUTERS



