เมื่อวันที่ 6 ก.ย. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมยังไม่ได้พิจารณาเรื่องที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอขอเพิ่มงบประมาณค่าอาหารกลางวันของนักเรียนตั้งแต่อนุบาล 1-ประถมศึกษาปีที่ 6 เนื่องจากที่ประชุมมีวาระการพิจารณาเรื่องต่างๆจำนวนมาก โดยคาดว่าอีก 1-2 สัปดาห์จะมีการพิจาณาการเพิ่มงบประมาณโครงการอาหารกลางวันของนักเรียนอย่างแน่นอน ส่วนจะเสนอรายชื่อผู้บริหารระดับ 10 ศธ. เพื่อทดแทนอัตราว่าง จำนวน 3 ตำแหน่ง คือ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) รองเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) และผู้ตรวจราชการ ศธ.ด้วยหรือไม่นั้น ตนยังไม่สามารถตอบได้ แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาคัดเลือกบุคคลให้เหมาะสมกับตำแหน่งงาน
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ในการประชุมดังกล่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักการนายกรัฐมนตรี ได้หารือถึงสถานการณ์ค่าไฟที่พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากสถานการณ์สภาพเศรษฐกิจโลก และอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ในครัวเรือนของประชาชน โดย พล.อ.ประวิตรได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานไปจัดหามาตรการช่วยเหลือประชาชนหรือการหาพลังงานทดแทนมาดูแล ซึ่งในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ถือว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายไฟจำนวนมาก เนื่องจากเรามีสถานศึกษาหลายหมื่นแห่งทั้งสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพราะสถานศึกษาหลายแห่งก็ยังมีการค้างค่าไฟ รวมถึงงบประมาณของ ศธ.ส่วนหนึ่งต้องนำไปจ่ายค่าไฟ ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่สูงมาก ดังนั้นตนจึงเตรียมวางแผนหาพลังงานทดแทนมาดูแลสถานศึกษาในสังกัด ซึ่งจะสั่งการให้ สอศ.ไปดูนวัตกรรมพลังงานทดแทนสิ่งประดิษฐ์ของนักศึกษาอาชีวะในวิทยาลัยต่างๆ ให้นำมาต่อยอดช่วยเหลือ เพื่อเป็นการลดค่าไฟและประหยัดพลังงาน เพราะอย่างน้อยจะได้นำงบประมาณจากการประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องค่าไฟมาพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้.



