“นายกฯหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งผลโพลนี้ทำให้กองเชียร์ฝ่ายพรรคส้มดีใจเอาไปตีปี๊บใหญ่ แต่บางคนก็ดึงๆ กันไว้ว่า “โพลมันก็ทำกันบ่อยๆ แต่ไม่ถึงกับสะเทือนรัฐบาล” เพราะในขณะนี้ไม่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เข้มข้นหรือต้องน่าลุ้นอะไร  

แต่สิ่งที่ลุ้นได้ใกล้ที่สุดคือวันที่ 9 ก.ค.นี้ ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัย เรื่อง ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งหลายฝ่ายยังมองว่า คงยากที่จะกระทบรัฐบาล  

แต่ถ้าคะแนน “ผู้นำรัฐบาล”จะต่ำกว่า “หัวหน้าฝ่ายค้าน”ตลอด ความเชื่อมั่นก็พัง  จะย้อนไปให้เสียดสีกันตั้งแต่ว่า “ที่ชนะเลือกตั้งมา…โปร่งใสหรือไม่ ?” เนื่องจากมีข้อครหาค่อนข้างเยอะ หนักสุดคือเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง พอตั้งรัฐบาล ก็มีเรื่องที่ถูกเอาไปแขวนโจมตีหนัก เรื่องหนึ่งคือ “ลูกบ้านใหญ่” เช่น ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ( ดีอี ) โดนฟาดรัวๆ เรื่องโครงการ TH-AI Passport ก็เพราะเป็น “ลูกครูใหญ่”

ล่าสุดลูกบ้านใหญ่สตูล เจอตอไปอีกคน คือ “โกแพ”วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ( มท.4 ) และครอบครัวโดนแล้ว ป.ป.ช.ชี้มูลนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายก อบจ.สตูล ห้างหุ้นส่วนจำกัด เกียรติเจริญชัยการโยธา และนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์   ผู้สนับสนุน กรณีไม่บอกเลิกจ้างโครงการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อ.ควนโดน จ.สตูล วงเงิน 29,800,000 บาท เมื่อปีงบประมาณ 2559 ทั้งที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้า

หลังจากสิ้นสุดสัญญาจ้างเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2560 ผู้รับจ้างดำเนินงานได้เพียง ร้อยละ 25.79  แม้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องจะมีความเห็นให้บอกเลิกจ้างมาโดยตลอดเนื่องจากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามแผนงานและมีค่าปรับจำนวนมาก แต่นายสัมฤทธิ์กลับสั่งการให้ผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาจ้างและให้ปรับแผนงานใหม่เรื่อยมาเป็นระยะเวลา 6 ปีเศษ จนกระทั่งมีการส่งมอบงานในวันที่ 23  ม.ค. 2567 ซึ่งขณะนั้นมีค่าปรับสะสมจำนวนมากเกิน ร้อยละ  213 คิดเป็นเงิน 58,106,100 บาท 

นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ หุ้นส่วนผู้จัดการของ หจก. ดังกล่าว เป็นน้องชายของนายสัมฤทธิ์ และนายสมเกียรติ เป็นพ่อ มท.4 ซึ่งนายวรศิษฎ์ตอนนี้กำลังทำผลงานในฐานะมือปราบโกงสอบท้องถิ่น พอเกิดเหตุนี้ก็กระทบชื่อเสียง และถูกตั้งคำถามถึงคุณธรรมจริยธรรม ความโปร่งใส โดยเฉพาะว่า “คนเป็นรัฐมนตรีต้องแสดงออกถึงสปิริตต่อสังคมด้วย”  เรียกร้องให้ลาออก คงมีกองแช่งเย้ยให้เป็นความไม่ชอบธรรมของรัฐบาลที่เน้นให้เก้าอี้ลูกบ้านใหญ่ 

นายวรศิษฎ์ ก็ถูกจับตาในการทำคดีโกงข้อสอบท้องถิ่น  เพราะหนึ่งในผู้ที่ศาลสตูลออกหมายจับ ก็คืออดีต นายก อบต.คนหนึ่งใน อ.ควนกาหลง จ.สตูล ซึ่งเป็นพื้นที่ เขต 2 ที่นายวรศิษฎ์เป็น สส. มีผู้จุดประเด็นให้รอดูว่า มท.4 กับผู้ถูกออกหมายจับรู้จักกันหรือไม่ และจะมีการช่วยเหลืออะไรกันหรือไม่  ซึ่งดูท่าทางเก้าอี้ มท.4 จะโดนแรงเสียดทานหนัก และส่อแววจะเป็นแรงเสียดทานใหม่  ซึ่ง“ผู้ไม่หวังดี” ตีกระทบให้ถึงความน่าเชื่อถือของรัฐบาลอยู่แล้ว

อีกเรื่องที่ต้องระวัง เพราะถ้าทำไม่ดีปลุกกระแสต้านได้เลย คือ“การปฏิรูปราชการ” หลังการทำงบปี 70 ถูกโจมตีว่า มีแต่งบประจำ งบเงินเดือน งบลงทุนน้อยมาก นายกรัฐมนตรี จึงตั้งนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ขึ้นมาศึกษา เรื่องการเออร์ลี่ รีไทร์ ซึ่งที่น่าสนใจคือ “การศึกษาทบทวนสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล” โยนหินถามมาผิดหู คนฟัง ผิดจังหวะ จะทำให้โดนค้านหนัก เรื่องสวัสดิการนี่อ่อนไหว คนอยากเข้าราชการเพราะสวัสดิการต่างๆจะไปถึงคนในครอบครัวด้วย 

แถมล่าสุด “นายกฯ หนู” ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐมนตรีต้องเอาการสื่อสารผลงานเข้าสู้ ตอนนี้ถึงช่วง “วัดดวง” เป็นหัวโค้งสำคัญว่ารัฐบาลจะเจอศึกใหญ่ขึ้นหรือไม่??