เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 69 นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความถึงกรณีการจัดสรรงบประมาณภัยแล้ง โดยมีเนื้อหาว่า
“ลองแปะตัวเลขให้ดู โดยจะยังไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม
ให้ทุกคนลองตั้งสมมุติฐานกันด้วยตัวเองก่อน
ช่องแรก คือ พรรค
ช่องที่ 2 คือ จำนวนโครงการที่ไปลงในเขตที่พรรคนั้นๆ มี สส.
ช่องที่ 3 คือ มูลค่าโครงการทั้งหมด (รวม 5,500 ล้าน)
นี่คือตัวเลขงบกลาง เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง กรมทรัพน้ำบาดาล
6,500 ล้าน แบ่งเป็น ก้อนแรก 1,000 ล้าน กรมทรัพยากรน้ำบาดาลทำเอง
ก้อนที่สอง 5,500 ล้าน จัดซื้อจัดจ้าง แจกจ่ายให้ผู้รับเหมา
เดี๋ยวโพสต์ต่อไปจะมาพร้อมข้อมูลอื่นๆ โพสต์นี้ให้ทุกคนลองให้ทุกคนดูตัวเลขปลายทางก่อน ตัวเลขไม่โกหกใคร อิอิ
พรรคเดียว งบลงไปเหนาะๆ 3,000 สบาย #ระบอบสีน้ำเงิน”

นอกจากนี้ยังโพสต์เพิ่มเติมอีกว่า
จากโพสต์ที่แล้ว ไอซ์ที่เปิดเผยเพียงตัวเลขว่า งบกลางเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง 6,500 ล้านบาท ที่รัฐบาลอนุมัติให้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้บริหารจัดการ
จะถูกแบ่ง 2 ก้อน งบก้อนแรก 1,000 ล้าน กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ทำเอง งบก้อนที่ 2 อีก 5,500 ล้าน ซอยเป็น 858 โครงการ แจกจ่ายให้ อปท. ทั่วประเทศ
ไอซ์ยังไม่ได้ตั้งสมมุติฐานใดๆ เพราะอยากให้ประชาชนได้ลองจินตนาการตามจากตัวเลขที่เห็นเองก่อน มีคนตั้งข้อสังเกตน่าสนใจหลายประการ เช่น
- เป็นโครงการที่ประชาชนได้ประโยชน์ จะอยู่ในพื้นที่ไหนประชาชนก็ได้ประโยชน์อยู่ดี
- โครงการไปลงในพื้นที่ สส.ภูมิใจไทย เยอะก็ไม่แปลก เพราะรอบนี้พรรคภูมิใจไทยได้ สส. มากที่สุดในสภา และ สส. ของพรรคประชาชนแม้จะได้เยอะเป็นอันดับสอง แต่เพราะเป็น สส. ใน กทม. และปริมณฑล ซะส่วนใหญ่งบจึงดูน้อย
- สส.พรรคประชาชน โง่เง่า หางบมาลงพื้นที่ไม่เป็น
- สส.พรรคกล้าธรรม ก็ได้ ดังนั้นแปลว่าจัดสรรปกติ
- ต้องแยกรายจังหวัดหรืออำเภอที่มีปัญหาภัยแล้ง จะเห็นภาพชัดว่าจุดที่โครงการฯ ไปลงมีปัญหาจริงมั้ย
- ควรเอาจำนวน สส. ของแต่ละพรรคมาแสดงด้วย แล้วจังหวัดที่พรรคประชาชนได้รับเลือกเป็น สส. มีการขุดน้ำบาดาลกันเยอะไหม เมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นๆ ไม่ใช่เหมารวมว่าทุกจังหวัดต้องได้เท่ากัน
- หลายท่านตั้งสมมุติฐานว่า ตัวไอซ์มีไบแอสและต้องการชี้ให้เห็นว่าเกิดการทุจริตคอร์รัปชัน ทั้งๆ ที่จริงแล้ว งบก็แบ่งตามสัดส่วน สส. และกระจายปกติ
ซึ่งเป็นการแสดงความเห็นที่เป็นเหตุผลดีค่ะ
โพสต์นี้ไอซ์มีสมมุติฐานอยากนำเสนอทุกท่าน 2 ข้อ คือ
- พื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ในปี 68-69 มันควรจะเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับพื้นที่เดิม เพราะผ่านไปปีเดียวปัญหาภัยแล้งไม่น่าจะถูกแก้ไขรวดเร็วขนาดนั้น
- การจัดงบกลางเพื่อแก้ภัยแล้งเป็นแค่ข้ออ้าง แต่เรื่องจริงคือ พรรคไหนเป็นรัฐบาล ก็แจกโครงการให้พื้นที่/ผู้รับเหมาของตัวเอง
และรูปนี้คือข้อมูลงบกลาง ปี 68 และ 69
ที่ถูกอนุมัติมาแก้ภัยแล้งเหมือนกัน
งบกลางปี 68 ยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทยอนุมัติ 7,400 ล้าน
เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง โครงการ 50.9% ลงพื้นที่ สส. พรรคเพื่อไทย
งบกลางปี 69 รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยอนุมัติ 6,500 ล้าน
เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง โครงการในก้อน 5,500 ล้าน
ฟาดไป 57.2% ลงพื้นที่ สส.พรรคภูมิใจไทย
กี่ปีๆ ผ่านไป พื้นที่เสี่ยงแล้งมันก็จะใกล้เคียงกับเดิม ไม่ต่างกันไปมาก (ซึ่งนั่นก็แปลว่าประสิทธิภาพการแก้ปัญหาภัยแล้งระยะยาวของประเทศไทยต่ำมากด้วย) แต่เพราะเหตุใดการจัดสรรงบประมาณ ถึงผันเวียนเปลี่ยนไปตามพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาล
ทุกคนลองคิดตาม ว่าสมมุติฐานของไอซ์พอเป็นไปได้ไหม และเราต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเพื่อมายืนยันให้ชัดกว่าเดิมอีก
เรื่องนี้เราจะค่อยๆ ปล่อยข้อมูลแล้วชวนทุกคนคิดแบบนักสืบโคนัน เพราะการตั้งคำถามกับโครงการแก้ภัยแล้ง อาจจะโดนโจมตีได้ว่าเป็นพวกขวางความเจริญก็ได้ ทั้งที่จริงๆ แล้ว จุดประสงค์เพียงเพื่อต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบและต่อต้านการใช้อำนาจรัฐโยกงบไปลงพื้นที่ตัวเองโดยไม่ได้เรียงลำดับความเดือดร้อนจากมากไปน้อย ต่อต้านการเอาความเดือดร้อนประชาชนมาบังหน้าเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ให้พวกฟ้อง
โพสต์ถัดไปจะเปิดข้อมูลว่างบประมาณแต่ละโครงการไปลงที่ไหนบ้าง โดยแม็พลงบนแผนที่ และเทียบกับแผนที่ภัยแล้ง ของ สสน. ตั้งข้อสังเกตความผิดปกติในการอนุมัติ และ ข้อสังเกตพิรุธการลอคสเปกใน TOR ที่เปิดรับฟังความเห็น
ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น!
ป.ล.งบกลาง 7,400 ล้าน ยุคเพื่อไทย สุดท้ายต้องถอย เพราะถูกฝ่ายค้านเปิดโปงและมีการยื่น ป.ป.ช. และมีคนกระซิบบอกมาว่า ปีนี้พรรคภูมิใจไทยแค่หยิบโครงการยุคเพื่อไทยมาปัดฝุ่น แต่เปลี่ยนพื้นที่ลง ใครพูดอะไรก็อย่างเพิ่งไปเชื่อ จนกว่าจะได้เห็นข้อมูล ฮิฮิ



