เมื่อวันที่ 4 ส.ค. พ.ต.อ.มนัส อัดโดดดร ผกก.สภ.อุทัย นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจสอบร้านอาหารจีนแห่งหนึ่งในตำบลคานหาม อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมุ่งตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ โครงสร้างผู้ถือหุ้น และเส้นทางการเงิน หลังพบเบาะแสว่าอาจมีการใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ หรือ “นอมินี” อาจกระทำผิดเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุทัย สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และชุดสืบสวนปราบปรามตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าตรวจค้นร้านดังกล่าว หลังได้รับข้อมูลว่ามีการกระทำผิดกฎหมายภายในสถานประกอบการ ผลการตรวจค้นพบมีการลักลอบเปิดห้องเล่นไพ่นกกระจอกภายในร้านอาหาร จึงจับกุมผู้ต้องหาเป็นชาวจีน 5 ราย แบ่งเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน 1 ราย และผู้ร่วมเล่นการพนัน 4 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่ โต๊ะเล่นไพ่นกกระจอก 1 ตัว ไพ่พลาสติก 84 ใบ และเงินสดที่ใช้เล่นการพนันจำนวน 7,200 บาท
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังดำเนินคดีกับบุคคลต่างด้าวตามกฎหมายแรงงานและพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง รวม 8 ราย ประกอบด้วย ผู้ทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ได้รับอนุญาต 2 ราย ผู้ไม่แจ้งการเปลี่ยนนายจ้าง 4 ราย และผู้ที่อยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตอีก 2 ราย

พ.ต.อ.มนัส เปิดเผยว่า ก่อนเข้าตรวจค้นมีประชาชนร้องเรียนว่ามีกลุ่มชาวต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจหลายแห่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยอาจมีการใช้คนไทยถือหุ้นแทนเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของกฎหมาย จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่สืบสวนรวบรวมข้อมูลและขยายผลอย่างต่อเนื่อง
การเข้าตรวจสอบในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารสำคัญ ทั้งบัญชีรายรับ-รายจ่าย หลักฐานการเสียภาษี ที่มาของรายได้ เอกสารการจดทะเบียนบริษัท รายชื่อผู้ถือหุ้น ตลอดจนเอกสารการซื้อขายหุ้น เพื่อตรวจสอบว่าการดำเนินธุรกิจเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ และมีการใช้บุคคลไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติจริงหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ประเด็นการใช้ “นอมินี” ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากพบการกระทำผิด เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม จากการตรวจค้นเมื่อวันที่ 3 ส.ค. ซึ่งประกอบด้วยผู้ลักลอบเล่นการพนันและแรงงานต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



