สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ว่า นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ แถลงต่อที่ประชุมสภาประชาชนสูงสุดแห่งชาติ ในกรุงเปียงยาง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า สถานะการเป็นรัฐนิวเคลียร์ของประเทศนั้น “ไม่สามารถต่อรองและไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้” และรัฐบาลเปียงยาง “มีความชอบธรรม” ที่จะปฏิบัติการโจมตีก่อนด้วยอาวุธนิวเคลียร์ “เพื่อปกป้องคุ้มครองตัวเองจากภัยคุกคาม”
ขณะเดียวกัน นายคิม จอง-อึน ประกาศอย่างตรงไปตรงมาด้วยว่า เกาหลีเหนือจะไม่มีทางปลดและมอบอาวุธนิวเคลียร์ให้กับหน่วยงานใด “แม้ต้องเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรต่อเนื่องไปอีก 100 ปีก็ตาม”
Kim Jong-un says N.Korea will never give up nuclear weapons#Kim_Jong_un #NorthKorea #ArirangNews pic.twitter.com/1ZklcG59lO
— Arirang News (@arirangtvnews) September 9, 2022
ทั้งนี้ กฎหมายที่สภาประชาชนสูงสุดแห่งชาติบัญญัติเมื่อปี 2556 ระบุชัดเจนว่า เกาหลีเหนือสามารถเป็นฝ่ายใช้อาวุธนิวเคลียร์ก่อนได้ เพื่อป้องปรามหรือขัดขวางการโจมตีจาก “รัฐนิวเคลียร์อื่นที่คุกคาม” และ “เพื่อโจมตีโต้กลับ”
อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับใหม่ซึ่งมีการปรับแก้ในสัปดาห์นี้ ระบุเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “สถานะ” การเป็นรัฐนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และการโจมตีก่อนด้วยอาวุธนิวเคลียร์สามารถเกิดขึ้นได้ หากมีการตรวจสอบพบเบาะแสของหรือร่องรอย ของการที่ผู้รุกรานเตรียมโจมตีทางทหารโดยใช้อาวุธทำลายล้างสูง ต่อเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของเกาหลีเหนือ ซึ่งรวมถึง “คณะผู้นำแห่งรัฐ” ด้วย
อนึ่ง ประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ผู้นำเกาหลีใต้ กล่าวเมื่อเดือนที่แล้ว ว่ารัฐบาลโซลไม่เคยมีนโยบายใช้มาตรการทางทหาร “เพื่อเปลี่ยนแปลงสถานะปัจจุบัน” ของรัฐบาลเปียงยาง ส่วนการเจรจาและการประชุมระหว่างสองเกาหลีครั้งต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการพบหารือระหว่างเจ้าที่ระดับใดก็ตาม ต้องเป็นมากกว่า “การแสดงทางการเมือง” แต่ควรเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างจริงจัง เพื่อสันติภาพทั้งบนคาบสมุทรเกาหลี และเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือในภาพรวม.
เครดิตภาพ : REUTERS



