สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ว่า กระทรวงกลาโหมของรัสเซียประกาศการถอนทหารออกจากเมืองบาลาคลิยา และเมืองอิซูม ในภูมิภาคคาร์คิฟ ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน โดยให้เหตุผลว่า “เพื่อการจัดกำลังพลใหม่”


สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเรียกได้ว่าเป็น “การถอยหลังครั้งใหญ่” ของทหารรัสเซียและกองกำลังสนับสนุนในพื้นที่ ซึ่งรุกคืบภูมิภาคคาร์คิฟอย่างหนัก ตั้งแต่เดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่กองทัพยูเครนอ้างความคืบหน้าของปฏิบัติการโต้กลับในพื้นที่หลายแห่งทางตะวันออก หนึ่งในนั้นคือเมืองลีซีชันสก์ ซึ่งกองทัพรัสเซียประกาศการยึดครอง เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา


ด้าน นายโอเล็ก นิโคเลนโค โฆษกกระทรวงการต่างประเทศยูเครน กล่าวว่า กองทัพยูเครนเดินหน้ากระชับพื้นที่ในภาคตะวันออกได้อย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากความกล้าหาญของเจ้าหน้าที่ทุกนายแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ คือความสนับสนุนด้านอาวุธจากพันธมิตรตะวันตก ซึ่งรัฐบาลเคียฟหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าจะยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของยูเครนดับไฟ ที่บ้านหลังหนึ่งในเมืองคาร์คิฟ หลังการโจมตีด้วยจรวดของรัสเซีย


ในอีกด้านหนึ่ง นางอันนาเลนา แบร์บ็อก รมว.การต่างประเทศเยอรมนี เยือนกรุงเคียฟ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยมีการยืนยันว่า เยอรมนีจะยังคงมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และความสนับสนุนด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่ยูเครนต่อไป ซึ่งการเยือนของเธอเกิดขึ้นเพียงวันเดียว ต่อจากนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ที่ประกาศด้วยว่า รัฐบาลวอชิงตันเตรียมมอบความช่วยเหลือทางทหารให้แก่ยูเครน เป็นวงเงินอีก 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 109,170 ล้านบาท )

อนึ่ง ธนาคารโลก ( เวิลด์แบงก์ ) และคณะกรรมาธิการยุโรป ( อีซี ) ประเมินร่วมกันว่า งบประมาณเพื่อการฟื้นฟูยูเครน ซึ่งเสียหายอย่างหนัก นับตั้งแต่เข้าสู่สงครามเมื่อนานกว่า 6 เดือนที่แล้ว อยู่ที่อย่างน้อย 349,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 12.7 ล้านล้านบาท ).

เครดิตภาพ : REUTERS