สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ว่า วิกฤติต่าง ๆ เช่น การระบาดของโรควิด-19, ความขัดแย้งด้วยกำลังอาวุธ และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของการจ้างงานและการศึกษาอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน อีกทั้งยังเพิ่มความยากจนขั้นรุนแรงและการถูกบังคับให้ย้ายถิ่นฐานด้วย
เมื่อเทียบกับการนับครั้งสุดท้ายในปี 2559 จำนวนทาสสมัยใหม่เพิ่มขึ้นราว 9.3 ล้านคน ซึ่งตามตัวเลขล่าสุด แรงงานบังคับคิดเป็นสัดส่วน 27.6 ล้านคนในกลุ่มทาสสมัยใหม่ในปี 2564 โดยเป็นแรงงานเด็กมากกว่า 3.3 ล้านคน และมีผู้ถูกบังคับให้แต่งงานราว 22 ล้านคน
ทั้งนี้ ไอแอลโอ พบว่า จำนวนมากว่าครึ่งหนึ่งของแรงงานบังคับทั้งหมดเกิดขึ้น ในประเทศที่มีรายได้ปานกลางในระดับสูง หรือประเทศที่มีรายได้สูง โดยกลุ่มแรงงานข้ามชาติมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบมากกว่า 3 เท่า
2️⃣0️⃣1️⃣6️⃣ 40 million people trapped in modern slavery
— International Labour Organization (@ilo) September 12, 2022
2️⃣0️⃣2️⃣1️⃣ 50 million people trapped in modern slavery
↗️ 10 million more people cannot refuse or leave because of threats, violence, coercion, deception, or abuse of power.
???????? https://t.co/sC7Es6kzNn#EndModernSlavery pic.twitter.com/QlhuS3ZCH1
แม้รายงานจะกล่าวถึงกาตาร์ ซึ่งเผชิญกับข้อกล่าวหาอย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิแรงงาน ที่เกี่ยวข้องกับแรงงานข้ามชาติที่ทำงานเพื่อจัดเตรียมการแข่งขันฟุตบอลโลก “ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2565” แต่เนื่องจากไอแอลโอเปิดสำนักงานในกรุงโดฮา เมื่อเดือน เม.ย. 2561 มันจึงมี “ความคืบหน้าอย่างมาก” เกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ และการทำงานของแรงงานข้ามชาติหลายแสนคนในประเทศ แม้ยังมีปัญหาต่าง ๆ กับการนำกฎหมายแรงงานใหม่มาใช้ก็ตาม
นอกจากนี้ รายงานของไอแอลโอ ยังชี้ถึงความกังวลเกี่ยวกับแรงงานบังคับในหลายส่วนของจีน อ้างถึงรายงานที่เผยแพร่โดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชอาร์ซี) เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ระบุว่า “การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง” เกิดขึ้นในจีน และการกักขังหน่วงเหนี่ยวชาวอุยกูร์และชาวมุสลิมอื่น ๆ ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ อาจเข้าข่ายเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ซึ่งจีนได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านั้นอย่างจริงจัง.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



