สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ว่า สงครามของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ขยายวงกว้างทั่วตะวันออกกลาง ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกเกิดความปั่นป่วน และคุกคามเศรษฐกิจทั่วโลก อีกทั้งการเจรจาระหว่างรัฐบาลวอชิงตันกับรัฐบาลเตหะรานที่ไม่ชัดเจน ทำให้การโจมตีรายวันทั่วภูมิภาคยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
รายงานล่าสุดระบุว่า กรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน เกิดระเบิด 2 ครั้งในพื้นที่ทางตอนเหนือ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แม้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า เป้าหมายของการโจมตีครั้งนี้คืออะไร
Iran fired a volley of missiles and drones at plants belonging to two of the world's largest aluminium producers, further raising the economic stakes of the Middle East war after Yemen's Iran-backed Houthis joined the conflict.https://t.co/BFfzdbZVLU
— AFP News Agency (@AFP) March 29, 2026
ด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (ไออาร์จีซี) กล่าวว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธและใช้โดรนโจมตีโรงงานของผู้ผลิตอะลูมิเนียมรายใหญ่ที่สุดในโลก 2 ราย ในบาห์เรนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) โดยมุ่งเป้าไปยังอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับกองทัพสหรัฐ
ทั้งนี้ บริษัท เอมิเรตส์ โกลบอล อะลูมิเนียม (อีจีเอ) ระบุว่า การโจมตีของอิหร่านทำให้มีผู้บาดเจ็บ 6 คน และโรงงานได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่สื่อของรัฐบาลบาห์เรน รายงานว่า พนักงานของบริษัท อะลูมิเนียม บาห์เรน (อัลบา) จำนวน 2 คน ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีครั้งที่ 2 ของอิหร่าน โดยไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งที่ขยายวงกว้าง กองกำลังฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ก็อ้างการโจมตีครั้งแรกในสงครามเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่ากลุ่มยิงขีปนาวุธร่อน และใช้โดรนโจมตีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ในอิสราเอล ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลว่า สงครามและความเสี่ยงทางเศรษฐกิจอาจลุกลามไปยังทะเลแดง.
เครดิตภาพ : AFP



