ทำเอาแฟนๆ พากันส่งกำลังใจให้รัวๆ เลย สำหรับพระเอกหนุ่มหน้าคม “อ๊อฟ-ชนะพล สัตยา” ที่ล่าสุดได้ควงภรรยาสาว “ฮาน่า ลีวิส” มาร่วมเดินขบวนพาเหรดในงาน Phuket City Pride 2026 พร้อมเปิดใจเคลียร์ถึงประเด็นเดือดที่เจ้าตัวเคยโพสต์อินสตาแกรมทวงถามค่าตอบแทนจากการทำงาน ซึ่งงานนี้หนุ่มอ๊อฟยอมรับตรงๆ ว่า ที่ผ่านมาเจอเคสทำงานจบแล้วแต่ไม่ได้เงินจริงตามดีลจนต้องออกมาใช้ช่องทางโซเชียลทวงสิทธิ์ของตัวเอง เพราะรู้สึกว่าการทำงานก็ต้องการค่าตอบแทน

โดย อ๊อฟ เผยว่า “เรื่องที่ก่อนหน้านี้ได้โพสต์ทวงเงิน มันเกิดจากไม่ได้ตังค์ไงครับ คือเราทำงาน (ฮาน่า : เราทำงานจบแล้วแต่ว่าเราได้ตังค์ไม่ครบ) หมายถึงว่าเรายังไม่ได้ตังค์ในจังหวะดีล สมมติว่าเราดีลทำงานหนึ่งเดือนแล้วในหนึ่งเดือนยังไม่ได้ สองเดือนก็ยังไม่ได้ สามเดือนก็ยังไม่ได้ ผมก็เลยรู้สึกว่าเราทำงานจบแล้ว สิ่งที่เราต้องได้รับมันคือตอบแทน ที่เราควรได้รับอยู่แล้วตามปกติ ผมก็เลยรู้สึกว่าเอาตามที่สบายใจผมดีกว่า เพราะเราก็ถือว่าเราก็เป็นประชาชน และเราก็เหมือนมนุษย์ทั่วไปทำงานแล้วกว่าจะได้ตังค์ เราก็ไม่อยากให้โดนเอาเปรียบในเรื่องแบบนี้มากกว่า ผมก็เลยอาจจะใช้ช่องทางของผมเองโพสต์ ก็ไม่ได้เยอะมากหรอก แต่เราก็รู้สึกว่าเราอยากได้ในส่วนที่เราทำงาน

แต่ตอนนี้ก็ได้คืนแล้ว ได้คืนครับอย่างเร็วเลย แล้วที่โพสต์ถึงสองโพสต์ คือจริงๆ มันมีหลายงานอยู่ครับ (หัวเราะ) เจ้าเดียวกันไหม ไม่ครับคนละเจ้า แต่ที่ผมโพสต์ไปก็มีพี่ดาราหลายคน และมีพี่ๆ พิธีกรที่อยู่ในแวดวงก่อนหน้านี้ ที่เรารู้จัก เขาก็มีผลกระทบตรงนี้เหมือนกัน เขาก็เลยให้กำลังใจกันมากกว่า ผมก็เลยบอกว่าขอใช้ช่องทางผมแล้วกัน ซึ่งมันเป็นสิทธิ์ของผมที่จะต้องได้ คือเราทำงานเรียบร้อยแล้ว ถามว่าเขาให้เหตุผลเราว่าอะไร มันมีเหตุผลของเขาแหละครับ ก็จะมี 3 4 5 6 แต่คือมันก็ควรจะได้ไงครับ (ผลัดไหม?) ก็กึ่งๆ ครับ เพราะว่าผมไม่ได้เป็นคนปะทะโดยตรง ก็จะมีผู้จัดการที่คอยดูแลคิวให้ แล้วคำตอบที่ผมอยากได้ผู้จัดการก็ไม่ได้รับกลับมา ผมก็เลยรู้สึกว่ามันเป็นการเอาเปรียบแล้วนะ

แล้วที่พี่ “น้ำ รพีภัทร์” โพสต์ อันนั้นก็อีกงานหนึ่ง ผมก็โดนหลายๆ งาน (ฮาน่า : งานนี้ได้ยัง ยัง) ยัง แต่เคสพี่น้ำเป็นเกี่ยวกับฟุตบอล ผมเป็นหนึ่งในนั้น ก็ยังไม่ได้อยากจะออกตัว 100% ซึ่งมันมีรายชื่ออยู่ในนั้นอยู่แล้ว ได้คุยกับพี่น้ำอยู่เรื่อยๆ พี่น้ำเขาก็อยากให้เราแสดงตัวเพื่อไม่อยากให้เราโดนเอาเปรียบ การที่เราโดนเอาชื่อเสียงไปใช้มันเป็นการทำมาหากินที่ไม่ถูกต้อง พี่น้ำมองแบบนั้น ก็เลยบอกว่า โอเคพี่ผมไม่ขอออกตัวเยอะแล้วกัน แต่ผมจะเป็นหนึ่งในรายชื่อพี่จะไปดำเนินคดี และไปให้ปากคำ ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้

ถามว่าได้มีการติดต่อไปยังเขาไหม ณ เวลานี้ผมก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ผมก็ก็ตามผู้ใหญ่ที่เขารู้จัก เขาก็บอกว่า ตอนนี้เขาไม่ได้มีตัวตนเลย เอกสารหลายๆ อย่างที่เขาแสดงออกมามันเป็นการปลอมแปลง ซึ่งมันเป็นเรื่องผิดกฎหมายอยู่แล้ว แล้วก็เป็นผู้เสียหายที่จะต้องเดินต่อ ส่วนลูกหนี้แบบนี้มีเยอะไหม คือลูกหนี้แบบการทำงานไม่เยอะหรอกครับ จริงๆ แล้วส่วนมากจะเป็นระยะเวลามากกว่า กับการดีล เดือนแรกดีลมาต้องจ่ายวันนี้ เขาผิดนัดมาหนึ่งเดือนสองเดือนใจเราก็แป้วแล้ว 

ผมก็ประเมินจากพี่ๆ ดาราที่เขาเข้ามาคอมเมนต์ผม แล้วก็มีการส่วนตัวคุยกัน เขาก็บอกว่าเจอกัน มีการวางบิลกันเยอะ ผมก็เข้าใจเลย ด้วยสถานการณ์แบบนี้ผมรู้สึกว่าการวางบิลผมไม่ได้ว่าอะไรเลย แต่พอถึงกำหนดผมอยากให้เขามาคุย หรือว่าพูดกับผมหน่อย ว่าต้องไปแบบไหนทิศทางอะไร แต่ในรูปแบบบริษัท ถ้าในรูปแบบบริษัทผมว่าเส้นตรงมันมีอยู่อยู่แล้ว แต่แค่เขาอาจจะเป็นทางอ้อมของเขา ที่เขาไม่ดำเนินให้ผมแค่นั้นเอง เราเป็นผู้ที่รอก็ต้องรอต่อไป

ดาราโดนกันเยอะครับ แต่ว่าหลากหลายงานหลากหลายบริษัทไม่ใช่แค่เจ้าเดียว ส่วนคิดว่าดาราหลายคนโดนตลอดแต่หลายคนไม่ออกมาพูด (ฮาน่า : ใช่ค่ะ แล้วตอนที่พี่อ๊อฟโพสต์มีพี่ๆ หลายคนมาบอกว่าเจ้าเดียวกันหรือเปล่า พี่ก็เคยโดนนะพี่ก็ยังไม่ได้ ประมาณนี้) แต่ผมบอกเลยว่าผมไม่ได้เจ้าเดียวกับใคร เพราะว่าในระหว่างช่วงการทำงานเขาอาจจะไม่ได้ทำงานในส่วนเดียวกับของอ๊อฟ แค่ผมโดนในช่วงนี้แหละ ช่วงนี้ผมก็เลยรีบเก็บ เก็บได้ก็ต้องรีบเก็บก่อน แล้วเวลาดีลเราก็ต้องดีลอีกแบบแล้ว 

อันนี้ก็ต้องฝากวิงวอนขอร้อง ขอวิงวอนเลยดีกว่า ในการที่ผู้จัดการดาราหรือในรูปแบบงาน ถ้าผู้จัดการเขาขอมัดจำหรือศิลปินขอมัดจำอย่าไปว่าเขาเลย เพราะว่ามันคือความแน่นอน การขอมัดจำบางคนเขามองว่าเกินไปไหมเขี้ยวไปหรือเปล่า เพราะผมโดนมาแล้ว ก็เลยอยากขอวิงวอน เจ้าของงาน อย่ามองว่าพวกเราหน้าเลือดเลยหรือเขี้ยวเลย เพราะเราโดนบิดโดนเบี้ยวมาแล้ว ดาราทุกคนทำงานก็อยากได้ตังค์อยากให้เข้าใจตรงนี้ บางทีผู้จัดการดาราท่านหนึ่งหรือหลายๆ คนอยากจะขอมัดจำ ช่วยเห็นใจกันและกัน ทุกคนทำงานแน่นอนไม่ได้บิดเบี้ยวไปไหนอยู่แล้ว

ตอนนี้ก็ต้องขอมัดจำก่อน เมื่อก่อนผมไม่เป็นเลย เพราะผมอยู่วงการมานาน เขาก็ใช้แล้วซ้ำตลอด เราเลยมั่นใจ (ฮาน่า : พี่อ๊อฟไม่เคยขอมัดจำงานมาก่อนเลย จนเรารู้สึกว่าขอดีกว่าเนอะ เพราะว่าความใจดีของเรามันอาจจะ เหมือนที่เราเจอ) แล้วการที่เราใจดีแบบนี้ บางงานไม่ได้เลยก็มี แต่ผมก็ถือว่าโอเคเราเป็นคนแบบนี้ไง แต่พอมีคนมาเจอแบบเราหลายๆ คนเข้า เราก็เลยกล้าที่จะพูดมากขึ้น

พอเจอเหตุการณ์แบบนี้เราต้องเลือกงานไหม จริงๆ ผมไม่อยากเลือกงานหรอกครับ งานมันหายากอยู่แล้ว (ฮาน่า : ส่วนสกรีนยังไงพยายามให้ผู้จัดการรีเช็กให้) ในการรีแอ็ก (React) ของผู้จัดการเขาจะดาราท่านนี้เคยเจอแบบไหนบ้าง แต่จริงๆ มันก็ไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกครับ มันอยู่ที่ความสบายใจเรามากกว่า คนทำงานมันไม่อยากเลือกงานหรอกครับ เพราะว่าเรารู้อยู่แล้วศักยภาพในการทำงานของเรามันมากแค่ไหน และตัวเงินในการดีลพอมันจบแล้วก็ควรจะจบ ที่เหลือมันคือหลังงาน ที่เสร็จงานแล้วก็ต้องจ่ายแค่นั้นเอง ถ้าทำให้ถูกต้องทุกอย่างมันก็ถูกต้องครับแค่นั้นเลย“