ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณห้องประชุม สำนักงานชลประทานที่ 12 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.)  และคณะลงพื้นที่ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยา โดยมีนายชวลิต  ฉลอม  ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 12 กล่าวบรรยายสรุป

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.)  เปิดเผยว่า ตามที่พลเอก ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้มอบหมายให้มาติดตามสถานการณ์น้ำตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ลงมา เพื่อให้มีการบริหารจัดการน้ำให้เกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนทั้งเหนือและท้ายเขื่อนเจ้าพระยาน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  หลังได้รับทราบข้อมูลที่สำนักงานชลประทานที่ 12 แล้วแนวโน้มระดับน้ำเหนือเขื่อนเพิ่มขึ้นจึงได้มีการแจ้งเตือนพี่น้องประชาชน ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน เป็นต้นไป จะมีการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนเจ้าพระยาถึง 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  จากการประเมินตัวเลขการคาดการในช่วงนั้นใช้การคาดการณ์ปริมาณฝนระดับหนึ่ง  แต่ปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่จริงมากกว่าที่เราคาดการณ์ ฉะนั้น ทางกรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 12 อาจต้องมีการปรับแผนการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ที่ระดับ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ให้เร็วขึ้นจากวันที่ 15 กันยายน มาเป็นวันที่ 14 กันยายน 2565 (พรุ่งนี้) อย่างไรก็ตามกรมชลประทานได้มีการแจ้งเตือน พี่น้องประชาชนล่วงหน้าไปแล้ว จึงขอฝากเตือนพี่น้องประชาชน ด้านท้ายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำที่ประสบปัญหาน้ำท่วม กรณีเขื่อนเจ้าพระยาระบาย 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อาจทำให้เกิดผลกระทบได้บ้าง  หากกรมชลประทานจะมีการระบายน้ำเพิ่มขึ้นเพราะมีความจำเป็น ในกรณีที่มีปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเข้ามามากขึ้น จะมีการแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนเป็นระยะ ทั้งนี้ เกณฑ์การระบายน้ำขณะนี้ ยังไม่ส่งผลกระทบในกรุงเทพมหานคร   ในส่วนของกรุงเทพฯเองที่ต้องเฝ้าระวังคือ ฝนที่ตกในพื้นที่ โดยจะมีการบูรณาการทุกภาคส่วนในการช่วยระบายน้ำในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครด้วย

สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาล่าสุด ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,883 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 16.70 เมตร/รทก.  มีปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 13.87 เมตร/รทก. ซึ่งระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 2.47 เมตร และเขื่อนเจ้าพระยามีอัตราการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนอยู่ที่ 1,799 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งส่งผลทำให้ที่สถานีวัดน้ำ C.3 บ้านบางพุดทรา อ.เมือง จ.สิงห์บุรี มีปริมาณน้ำไหลผ่านจุดวัดอยู่ที่ 1,842 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อย่างไรก็ตามในช่วงนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำดังกล่าว ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่นพื้นที่ริมแม่น้ำนอกคันกั้นน้ำให้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด.