ทส.เป็นหนึ่งเดียว! นี่คือนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่ต้องการลดปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับหน่วยงาน การส่งมอบและรับมอบภารกิจระหว่างกรมป่าไม้กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตวป่า และพันธุ์พืช ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานในสังกัด ทส. จึงเกิดขึ้น

โดยเมื่อวันที่ 9 ก.ย. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. พร้อมด้วย นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการ รมว.ทส. นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทส. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. และผู้บริหาร ทส. ได้มาเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการโอนภารกิจ หน่วยงาน พื้นที่และทรัพยากรการบริหารของทั้ง 2 หน่วยงาน ระหว่างนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตวป่า และพันธุ์พืช กับ นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้

นายวราวุธ ได้มอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานให้กับ 2 กรม ว่า ขณะนี้ กรมป่าไม้ กับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ลงนามความร่วมมือ การโอน ภารกิจ หน่วยงาน พื้นที่และทรัพยากรการบริหารให้ถูกต้องตามภารกิจและอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของแต่ละหน่วยงานและเพื่อให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานตามแผนงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด โดยให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ ดำเนินการโอนพื้นที่และหน่วยงาน อัตรากำลังให้กับกรมป่าไม้ อาทิ สถาบันประชารัฐพิทักษ์ป่า จังหวัดแพร่ อาคารหอพรรณไม้ และหน่วยงานของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ที่อยู่นอกเขตป่าอนุรักษ์ เช่น ฐานปฏิบัติการป้องกันรักษาป่า หน่วยป้องกันรักษาป่า โครงการพระราชดำริ หน่วยควบคุมไฟป่า หน่วยจัดการต้นน้ำ อาคารไพโรจน์ สุวรรณกร พร้อมครุภัณฑ์ที่ติดตั้งประจำอาคาร ห้องสมุดพร้อมครุภัณฑ์ที่ติดตั้ง ในพื้นที่บริเวณชั้น 1 อาคารเทียมคมกฤส กรมป่าไม้ ฯลฯ ซึ่งจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย. 2565

รมว.ทส. กล่าวต่อว่า สำหรับการส่งมอบดังกล่าว กรมป่าไม้ วางแผนที่จะนำอาคารสถานที่ดังกล่าวที่ได้รับมอบ อย่างเช่นสถาบันประชารัฐพิทักษ์ป่า จังหวัดแพร่ ในอนาคตจะได้นำมาใช้เป็นสถาบันพัฒนาบุคลากร ให้กับเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ และเครือข่ายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรมให้ความรู้ นอกจากนี้อาคารบางส่วนที่มีอายุกว่า 117 ปี ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 3 หลัง กรมป่าไม้ได้ขอให้กรมศิลปากรเข้ามาช่วยในการดำเนินการบูรณะซ่อมแซมและจะขอขึ้นทะเบียนให้เป็นโบราณสถาน และใช้เป็นพิพิธภัณฑ์การป่าไม้ที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติการทำไม้ในจังหวัดแพร่ นอกจากนี้หน่วยงานที่อยู่นอกเขตป่าอนุรักษ์รวมถึงอัตรากำลัง กรมป่าไม้ได้วางแผนให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่เดิมได้ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ เพื่อเป็นการเสริมศักยภาพในการป้องกันรักษาป่าในพื้นที่ยิ่งขึ้น

“การส่งมอบและรับมอบภารกิจในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานในสังกัด ทส. อันจะลดปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน และถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ทั้งกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติฯ จะได้ผสานความร่วมมือกันเพื่อให้เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมในทุก ๆ ระดับ ทั้งในเรื่องของการถ่ายโอนพื้นที่ หน่วยงาน และอัตรากำลัง เพื่อให้การทำงานมีความคล่องตัวและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมุ่งประโยชน์แก่ประชาชนเป็นสำคัญ ขอให้ทั้ง 2 หน่วยงาน รักษามาตรฐานในการทำงาน และขอให้มีความซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย มีความอดทนและขยันหมั่นเพียรในการทำงานเพื่อผนึกกำลังในการดูแลป้องกันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้คงความสมบูรณ์สืบไป และขอให้ทั้ง 2 หน่วยงานทำความเข้าใจกับผู้ปฏิบัติงานทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน โดยยึดมั่นในผลประโยชน์ของทางราชการ รวมทั้งร่วมกันแก้ปัญหาให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์สูงสุด ภายใต้แนวคิด ทส. เป็นหนึ่งเดียว” นายวราวุธ กล่าว

ด้าน นายจตุพร กล่าวว่า ให้ทั้ง 2 กรมสร้างความร่วมมือร่วมกันในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ให้มากยิ่งขึ้น รวมถึงการป้องกันการตัดไม้ทำลายป่าในทุกพื้นที่ ผ่านการทำงานอย่างมีส่วนร่วมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค และให้ทุกหน่วยงานเร่งสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและเข้าใจภารกิจงานที่ได้ปฏิบัติ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความร่วมมือจากภาคประชาชนและขอให้ทั้ง 2 หน่วยงานทำงานร่วมมือกันอย่างแท้จริง ผ่านการบูรณาการข้อมูล เครื่องมือ และบุคลากร โดยขอให้ใช้ทั้งใจและแรงในการทำงาน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนเป็นสำคัญ.



