เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่รัฐสภา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะส.ส.พรรคก้าวไกล รับหนังสือจากโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) นำโดยนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการไอลอว์ รวมถึงแนวร่วมม็อบคณะราษฎร นักกิจกรรม นักเคลื่อนไหวที่ได้รับความเสียหายจากการถูกสอดแนมจากสปายแวร์ พิกาซัส

นายยิ่งชีพ กล่าวว่าเบื้องต้นมีผู้เสียหายถูกสอดส่องโดยสปายแวร์พิกาซัส 35 คน ถูกเจาะข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อหนึ่ง โดยสปายแวร์ พิกาซัส สามารถสั่งเปิดไมโครโฟน กล้อง เพื่อฟังเสียงของบุคคลนั้นๆได้โดยไม่รู้ตัว ถือเป็นอาวุธไซเบอร์ของรัฐบาล ที่หวังจะเจาะข้อมูลประชาชน ดังนั้นจึงได้มายื่นหนังสือขอให้มีการตรวจสอบหน่วยงานของรัฐว่าหน่วยงานใดเป็นผู้ใช้ เพราะถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างสูงสุด

ทางด้านนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” แกนนำกลุ่มราษฎร ในฐานะผู้เสียหาย กล่าวว่าถ้าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย คงจะไม่ไปสอดรู้สอดเห็นสิทธิส่วนบุคคลของประชาชน แต่จะส่งเสริมสิทธิประชาชน สิ่งต่างๆให้มนุษย์มีชีวิตที่ดีขึ้น รัฐบาลมองการแสดงออกทางความเห็นของคนเห็นต่างเป็นศัตรู รัฐควรนำเงินงบประมาณที่จะมาสอดแนมประชาชนไปส่งเสริมสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของประชาชนด้านต่างๆให้ดีกว่านี้

ขณะที่นายณัฐชากล่าวว่าการสอดแนมไปยังนักการเมือง นักกิจกรรม นักเคลื่อนไหวฝ่ายตรงข้าม โดยการใช้งบประมาณของรัฐต้องถูกตรวจสอบอย่างจริงจัง แม้ส.ส.พรรคก้าวไกลได้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หลังจากอภิปราย ยังไม่ได้คำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ จะเชิญพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส เข้ามาชี้แจง โดยเรื่องนี้ต้องพิสูจนให้ได้ว่า หน่วยงานไหนสั่งซื้อมา มีเหตุผลอะไร นำไปใช้ในหน่วยงานไหน ไปยังคนกลุ่มใดบ้าง เบื้องต้นเท่าที่ทราบมี 35คน ถูกติดตามจากสปายแวร์พิกาซัส แต่ที่ไม่ทราบอีกไม่รู้จำนวนเท่าใด ทางกรรมาธิการฯ จะขับเคลื่อนตรวจสอบเพื่อผลประโยชน์ประชาชน จะพิสูจน์ทราบเรื่องนี้ให้ได้