เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่ห้างเซ็นทรัล เวสต์เกต จ.นนทบุรี โครงการพัฒน์ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เปิดตัวโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม CSR โครงการพัฒน์ 5 โครงการ เพื่อพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก เรื่องปัจจัย 4+1 ซึ่งมีผู้ประกอบการ SME กว่า 50 ธุรกิจ ร่วมกันสร้างแผนโครงการ ประกอบด้วย โครงการก่อร่างสร้างครัว เพื่อดูแลเรื่องอาหารกลางวัน / โครงการตัดเสื้อน้องแต่พอตัว เพื่อดูแลเรื่องเครื่องแบบนักเรียน / โครงการปลูกโรงเรียนตามใจผู้อยู่ ดูแลเรื่องสภาวะแวดล้อมในโรงเรียน / โครงการคบเด็กสร้างโรงพยาบาล ดูแลเรื่องสุขภาพอนามัยของเด็กนักเรียน และโครงการอยู่ดีมีครู ดูแลเรื่องคุณครูให้พอเพียงต่อจำนวนนักเรียน โดยมีนางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในการเปิดโครงการดังกล่าว

ด้าน นางกนกพร มิตซูโมโต้ ผู้อำนวยการโครงการพัฒน์ บอกว่า ตั้งแต่ปี 2560 ที่โครงการพัฒน์ เริ่มจัดทำโครงการ CSR นำร่องใน 2 โครงการก่อนคือ โครงการคบเด็กสร้างโรงพยาบาล ที่สามารถหาเงินสนับสนุนการสร้างตึกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครราชสีมา และโครงการอยู่ดีมีครู ซึ่งทำให้สามารถสร้างรายได้มีเงินจ้างอัตราครูพิเศษสำหรับดูแลเด็กเล็กในโรงเรียนที่ขาดแคลนครู ได้จำนวน 20 อัตรา ใน 20 โรงเรียน 

ขณะที่ปีนี้จะดำเนินการทั้งหมด 5 โครงการ ที่ต่อยอด 2 โครงการเดิมที่มี และเปิดตัว 2 โครงการใหม่ โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นหลักยึดในการทำงานและประกอบโครงการต่างๆ ให้เป็นไปอย่างเรียบง่าย ประหยัด และเกิดประโยชน์ เช่น โครงการก่อร่างสร้างครัว ที่ผู้ประกอบการ SME มองว่า งบประมาณอาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียนเพียงวันละ 21 บาท ไม่เพียงพอที่จะทำให้เด็กได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน

โครงการนี้จึงจะเข้ามาสนับสนุนให้นักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน ร่วมมือกันบริหารจัดการวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่น นำมาพัฒนาต่อยอด ทั้งการปลูก แปร และปรุง ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่เข้าไปมอบให้สิ่งที่ขาด แต่หวังที่จะปลูกสร้างให้นักเรียนรู้จักที่จะต่อยอดในสิ่งที่มีให้เกิดประโยชน์ทั้งกับตัวเองและโรงเรียนได้ในระยะยาว

โดยปีนี้ก็จะเป็นปีแห่งการนำร่อง ที่ผู้ประกอบการ SME จะต้องไปสำรวจหาโรงเรียน เพื่อเข้าไปช่วยพัฒนาในสิ่งที่ขาดแคลน และดำเนินโครงการให้สำเร็จภายในปีนี้ ให้เป็นโรงเรียนต้นแบบ ก่อนจะนำไปขยายต่อยอดความสำเร็จของแต่ละโครงการในโรงเรียนอื่นๆ ตั้งเป้าที่จะขยายการดำเนินโครงการ 1 โรงเรียน ต่อ 1 ผู้ประกอบการ SME ที่จะเข้าไปดูแล ภายในปี 2568 เพื่อขยายโอกาสให้โรงเรียนอื่นๆ ได้เข้าถึงการให้ความช่วยเหลือจากโครงการพัฒน์ด้วย