สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ว่า เมื่อปีที่แล้ว อินโดนีเซียตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2603 และให้คำมั่นร่วมกับหลายสิบประเทศในการลดการใช้ถ่านหิน เพื่อช่วยจำกัดภาวะโลกร้อนให้ต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียส เหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รัฐในอินโดนีเซียได้รับคำสั่งให้จัดทำแผนการปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินบางแห่งก่อนกำหนด และรัฐบาลสามารถช่วยรับความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นได้ ตามที่ระบุในกฎระเบียบใหม่

แม้กฎระเบียบจะระบุว่าไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ได้ แต่โรงไฟฟ้าที่อยู่ในกระบวนการพัฒนา และรวมเข้ากับอุตสาหกรรมแปรรูปทรัพยากรธรรมชาติ จะได้รับอนุญาตให้ดำเนินการตามแผนที่วางไว้

อย่างไรก็ดี การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ จะต้องลดลง 35% ภายในช่วงเวลา 10 ปี ของการดำเนินงาน เมื่อเทียบกับการปล่อยมลพิษของโรงไฟฟ้าถ่านหินโดยเฉลี่ยในปี 2564 อีกทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ จะสามารถดำเนินการได้ ไม่เกินปี 2593 เท่านั้น

แผงพลังงานแสงอาทิตย์ บนหลังคาโรงงานแห่งหนึ่ง ที่เมืองเบกาซี ในจังหวัดชวาตะวันตก อินโดนีเซีย

นอกจากนี้ รัฐบาลอินโดนีเซียยังได้กำหนดระบบราคาใหม่สำหรับพลังงานหมุนเวียนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น พลังงานความร้อนใต้พิภพ, พลังงานน้ำ และพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อส่งเสริมการลงทุน หลังจากก่อนหน้านี้ ผู้พัฒนาหลายคนต้องผ่านการเจรจาที่ยาวนานกับหน่วยงานสาธารณูปโภคของรัฐ เพื่อบรรลุข้อตกลงด้านราคา

อีกทั้งเพื่อเป็นการเพิ่มการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน ทางรัฐบาลจะมอบสิ่งจูงใจทางการเงิน ซึ่งรวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านการเงิน และความสะดวกในการอนุญาตให้ใช้สิทธิในพื้นที่ป่าด้วย ขณะที่กระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์ว่า สหรัฐ, ญี่ปุ่น และประเทศผู้บริจาคอื่น ๆ จะสนับสนุนความพยายามของอินโดนีเซีย “ด้วยการสนับสนุนทางการเงินจำนวนมาก”.

เครดิตภาพ : REUTERS