เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 16 ก.ย. ได้เกิดพายุฝนกระหน่ำทั่วเมืองอุดรธานี เป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง จนทำให้เกิดน้ำท่วมตัวเมืองอุดรฯ ท่วมถนนเกือบทุกสายในเขตเทศบาลนครอุดรธานี โดยเฉพาะถนนโพศรี หน้าสำนักงานที่ดินจังหวัดอุดรธานี, ถนนศรีสุขด้านหน้าโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล และถนนศรีชมชื่น ถนนด้านหลังโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล ทำให้เกิดน้ำท่วมสูงเกือบ 50 ซม. ประกอบกับทั้งเป็นช่วงเลิกเรียน ซึ่งถนนทั้ง 2 สายนี้ ตั้งอยู่หลายโรงเรียนประกอบด้วย รร.อุดรพิทยานุกูล, รร.สตรีราชินูทิศ, รร.อนุบาลอุดรธานี และวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี และได้มีผู้ปกครองจำนวนมากมารับบุตรหลาน จึงทำให้การจราจรติดหนัก ผู้ปกครอง ต้องหนีน้ำท่วมกันอย่างทุลักทุเล

ต่อมาในเวลา 17.00 น. เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อมีเหตุไฟฟ้าช็อตนักเรียนชาย อายุ 13 ปี ชั้น ม.1/5 โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล จนนอนนิ่งอยู่ตรงโคนเสาไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณประตูด้านหลัง โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล ถนนศรีชมชื่น เพื่อนนักเรียนชายรุ่นพี่ที่เรียนอยู่ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาฯ มาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี จึงได้เข้าช่วยน้องที่ถูกไฟดูดออกมาได้หวุดหวิด แล้วแจ้งหน่วยกู้ชีพเข้าไปช่วยเหลือนำส่ง รพ.ศูนย์อุดรธานี ทันที

ต่อมาก็มีรายงานว่า มีเหตุไฟฟ้าช็อตนักเรียนหญิงอีก 2 ราย ที่ยืนใกล้เสาไฟฟ้าบริเวณสี่แยกคอกม้า ถนนประชารักษา โชคดีที่มีคุณยายใจเด็ดเข้าไปช่วยเหลือน้องได้อย่างทันท่วงทีเช่นกัน

มีรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา รพ.ศูนย์อุดรธานี รับเคสคนถูกไฟฟ้าช็อตช่วงน้ำท่วมเมืองอุดรฯ ช่วงเย็นที่ผ่านมาแล้ว 6 เคส อาการล่าสุดปลอดภัยทุกคน

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก ของ ดร.หรั่ง-ธนดร พุทธรักษ์ นายกเทศมนตรีนครอุดรธานี ได้โพสต์ข้อความระบุว่า เด็กนักเรียนที่โดนไฟฟ้าดูด ที่บริเวณหลังโรงเรียนสตรีราชินูทิศ

รายที่ 1 ด.ช.ชยุต เลยชัยภูมิ อายุ 12 ขวบ เด็กนักเรียนโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล และได้รับความช่วยเหลือจากนายอรรถชัย อาจอุดม นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี ปวส. แผนกเทคนิคคอมพิวเตอร์

รายที่ 2 น.ส.จิดาภา เปรมปรีดิ์ นักเรียนขั้น ม.3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ และมีเด็กนักเรียนหญิง 2 คน พี่น้อง ชั้นประถมศึกษาโรงเรียนอนุบาลอุดรธานี โดนกระแสไฟฟ้าดูด ที่บริเวณหน้าโรงเรียนปัญญาภิวัฒน์

สี่แยกคอกม้า 2 คน คือ

ด.ญ.ณิชาภัทร โชคนัก อายุ 11 ขวบ ชั้น ป.5 โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี ด.ญ.ณิรดา โชคนัก อายุ 9 ขวบ ชั้น ป.3 โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี เด็กทั้ง 5 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอุดรธานี ทั้ง 5 คน มีอาการปลอดภัยแล้ว ทั้งนี้แพทย์ได้ให้พักรอดูอาการหนึ่งคืน สำหรับน้อง 3 คนแรก ส่วนน้องนักเรียน ชั้นประถมศึกษา 2 คน แพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้านแล้ว