เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 3 ก.ค. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 2/2569 มี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ตัวแทนเหล่าทัพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) นายกสมาคมสายการบินประเทศไทย ผู้อำนวยการใหญ่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

โดยนายอนุทิน กล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า ขออภัยที่มาร่วมประชุมช้าเนื่องจากมีประเด็นสำคัญหลายเรื่องที่ต้องร่วมกันหารือและตัดสินใจ โดยเฉพาะการทุจริตสอบข้าราชการ หากไม่ทำให้ได้ผลสรุปก่อนมาประชุมจะมีเรื่องคาอยู่ในสมองอยู่เดี๋ยวจะประชุมไม่ค่อยรู้เรื่อง การประชุมวันนี้ถือเป็นครั้งแรกของรัฐบาลชุดนี้ ขอให้มั่นใจว่าเราต้องดำเนินการในเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ ที่ผ่านมาตนให้ความสำคัญอย่างเต็มที่ ตนจึงได้หารือกับกองทัพว่าทำอย่างไรถึงจะต้องไปกำจัดเรื่องกระบวนการค้ายาเสพติดถึงต้นทาง ไม่เช่นนั้นเราก็เป็นโปลิศจับขโมยไปเรื่อยๆ ถามว่าผลงานประชาชนชื่นชม ทำให้เขาประสบความลำบากในการค้ายาเสพติด แต่มันไม่จบสักที แม้จะเปลี่ยนวิธีการไปเรื่อยๆ สิ้นเปลืองงบประมาณ สิ้นเปลืองบุคลากร บางครั้งมีการปะทะกัน ซึ่งโชคดีที่เราสูญเสียน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสูญเสียชีวิต แต่ทำไมเราต้องเอาคนของเราและเจ้าหน้าที่ของเราไปเสี่ยงกับพวกที่หาสัญชาติก็ยังไม่มี พวกแอบเข้ามา ตนก็ต้องถือคุณค่าชีวิตของเจ้าหน้าที่ของเราที่ได้รับการฝึกฝนมาดี และรับราชการ มันเอาไปแลกกับคนที่สะพายเป้แบบนี้ ใครจะว่ายังไงก็แล้วแต่ถ้าตนยังมีหน้าที่รับผิดชอบตรงนี้ ตนไม่ยอมให้เอาคนของเราไปเสี่ยงตรงนั้น

นายกฯ กล่าวต่อว่า ฉะนั้นเราต้องมานั่งคิดเรื่องการปราบปรามกำจัดที่ต้นตอ ตนทำงานกับพวกท่านทั้งเทอม 1 และเทอม 2 จะเข้า 10 เดือนแล้ว สิ่งที่ตนได้รับและมีความรู้สึกอยู่เสมอ คือตนเชื่อว่าทุกท่านทุกหน่วยงานที่เราไปนั่งแถลง นั่งประชุมด้วยกัน ท่านทุ่มเท ตนมั่นใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวหน้าส่วนราชการทั้งหลาย ท่านไม่มีนอกไม่มีในอย่างแน่นอน ทีมงานที่ตนไปพบด้วยฟังรายงาน หารือ รับทราบข้อเสนอแนะ หรือนำข้อสั่งการของตนไปปฏิบัติ ทุกคนปฏิบัติด้วยความทุ่มเท ตนไม่ได้รู้สึกว่าในส่วนของเราจะมีเกลือเป็นหนอนหรือมีพิษอะไรที่จะทำให้แนวทางในการแก้ไขปัญหายาเสพติดและการปราบปรามของรัฐบาลจะมีอุปสรรค ยังไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น และตนก็เชื่อในความรู้สึกตน ฉะนั้นอยากขอให้ทุกท่านได้เข้าใจตรงนี้ เพื่อที่เราจะได้ดำเนินการเรื่องนี้ไปด้วยกัน เพราะถ้าเราทำเรื่องพวกนี้ไม่ได้ ศักดิ์ศรีของความเป็นไทย เวลาเราไปไหน ไปต่างประเทศ เขาก็ต้องขอตรวจพิเศษ ต้องมีวีซ่าพิเศษ อะไรที่คนอื่นเขาเข้าไปได้ง่าย ทำอะไรง่ายๆ แต่คำว่าประเทศไทย ถ้าเราไม่กำจัดเรื่องพวกนี้อย่างจริงจัง อีกหน่อยพวกเราเดินทางไปต่างประเทศเห็นพาสปอร์ตฟรอมไทยแลนด์ เขาก็ผายมือขอเชิญห้องนี้ มันมีความเสียหายต่างๆ นานาอีกมากมาย เมื่อมียาเสพติดนำไปสู่อาชญากรรม นำไปสู่ความไม่ปลอดภัย นำไปสู่สังคมที่เสื่อมโทรม และการลงทุนต่างประเทศก็ไม่มา ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เราแทบจะไม่มีทางเลือกที่จะ Compromise (ประนีประนอม) ต่อกระบวนการค้ายาเสพติดเช่นนี้

นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้มีเรื่องเร่งด่วนอีกเรื่อง คือ จะขอให้ในที่ประชุมรับทราบ และหารือแนวทางและร่วมกันพิจารณา ทบทวนมาตรการการแก้ไขปัญหาลักลอบยาเสพติดในเคสที่เกิดขึ้นที่ประเทศออสเตรเลีย จากรายงานพบว่าช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ มีผู้เดินทางจากไทยถูกตั้งข้อหาในคดีลักลอบนำเข้ายาเสพติดเชิงพาณิชย์แล้ว 6 คดี 6 คดีถือว่ามาก ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสียหาย จึงขอให้มีการจัดประชุมขึ้นมาในวันนี้ กรณีของการบินไทย แอร์โฮสเตสที่ถูกทางการประเทศออสเตรเลียจับกุม จะต้องมีการนั่งหารือและหามาตรการที่จะทำให้นานาชาติได้เห็นว่าเรามีการตอบสนองต่อเรื่องพวกนี้ และถ้าเป็นไปได้ อยากฟังว่าความจริงแล้วเรามีมาตรการเพียงพอหรือยัง เป็นมาตรฐานนานาชาติแล้วหรือยัง เพราะไม่ว่าเราจะมีมาตรการแข็งขนาดไหน ถ้าคนมันจะลักลอบเสียอย่างมันก็ลักลอบได้ เราก็ต้องไปดู เราจะกันขาออกได้แค่ไหน ขาเข้าไม่ห่วง ส่วนใหญ่ออกจากตรงนี้ไปก็ไปโดนขาเข้าทางโน้นอยู่ดี ตรงนี้เราจะทำอย่างไรไม่ให้เขาเข้ามาบอกว่าตรงนี้เป็นจุดอ่อน ซึ่งความโชคดีของอันนี้อย่างหนึ่งคือ ไปโดยสายการบินไทย ถึงแม้ว่าวันนี้ไม่ใช่สภาพสายการบินของรัฐบาล แต่อันเข้าใจในทางปฏิบัติว่านี่คือสายการบินแห่งชาติและออกจากสนามบินไทย โดยลูกเรือซึ่งมีเอกสิทธิ์ในระดับหนึ่งเมื่อออกไป

“ผมขอแก้ไขนิดหนึ่งที่ว่า รมว.คมนาคมบอกว่าต้องให้เกียรติลูกเรือบ้าง ผมคิดว่าท่านคงใช้คำผิด ท่านหมายความว่าปกติโดยทั่วไปแล้วคนที่เป็นลูกเรือ กัปตัน นักบิน แอร์โฮสเตสหรืออะไรที่ต้องไปกับเครื่องก็จะมีช่องทางพิเศษ ตรงนี้ซึ่งถือเป็นมาตรฐานทั่วไปหรือไม่อย่างไร ประเทศอื่นทำอย่างนี้หรือไม่ และเราทำหรือไม่ และมีช่องทางอื่นที่รั่วไหลออกไป ทำให้เขาขนยาเสพติดไปถึงตรงนั้นได้หรือไม่ เดี๋ยวเรามาว่ากัน แต่ถ้าเราทำแล้ว เราก็ต้องออกมาแถลงว่าเราทำตามมาตรฐานสากลทุกประการ” นายกฯ กล่าว.



