สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ว่า กระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอลเชิญนายฆอร์เฆ การ์วาฮัล เอกอัครราชทูตชิลี เข้าพบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อปรึกษาหารืออย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับ “พฤติการณ์อันน่าสงสัยและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” ของรัฐบาลชิลี ซึ่งสร้างความวิตกกังวลอย่างหนักให้กับอิสราเอลว่า “จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี”


ท่าทีดังกล่าวของอิสราเอลเกิดขึ้น หลังกระทรวงการต่างประเทศชิลีแจ้งโดยตรงมายัง นายกิล อาร์ตซเยลี เอกอัครราชทูตอิสราเอลคนใหม่ ว่า ประธานาธิบดีบกาเบรียล บอริก ขอเลื่อนกำหนดการรับมอบอักษรสาส์นตราตั้งของเอกอัครราชทูตอิสราเอลออกไปอีกอย่างน้อย 1 เดือน เป็นเดือน ต.ค. นี้ โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับ “การเสียชีวิตของผู้เยาว์ชาวปาเลสไตน์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้” สื่อถึงเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของอิสราเอลสังหารเด็กชายชาวปาเลสไตน์วัย 17 ปี ระหว่างการปะทะที่เมืองเจนิน ในเขตเวสต์แบงก์

นายกิล อาร์ตซเยลี เอกอัครราชทูตอิสราเอล สนทนากับเจ้าหน้าที่ของอิสราเอล ระหว่างร่วมพิธีทางศาสนา ที่สุเหร่า วิยา เดล มาร์ ทางตอนกลางของชิลี


อย่างไรก็ดี อาร์ตซเยลี พยายามไกล่เกลี่ยสถานการณ์ตึงเครียดทางการทูตที่เกิดขึ้น ด้วยการกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศชิลีชิลีเข้ามาขอโทษเขาเป็นการส่วนตัวหลายครั้งแล้ว และโดยส่วนตัวเขาเชื่อมั่นว่า ทุกฝ่ายจะร่วมกันก้าวข้ามผ่านเรื่องนี้ไปได้ด้วยดี เพื่อการสร้างเสริมความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างทั้งสองประเทศต่อไป


ขณะที่ กระทรวงการต่างประเทศของปาเลสไตน์ ออกแถลงการณ์ยกย่องการตัดสินใจของผู้นำชิลี ว่าเป็น “การดำเนินการที่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ และมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี )”.

เครดิตภาพ : REUTERS