จากกรณีผู้นำสหรัฐยืนยันความปลอดภัยของตนเอง สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง และคณะทำงานทุกคน หลังเกิดเหตุระทึกขวัญในงานเลี้ยงสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญของหน่วยอารักขาที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทันท่วงที ตามที่เสนอไปก่อนหน้านี้
อ่านข่าวต่อ : เสียงปืนดังในงานเลี้ยงสื่อทำเนียบขาว เร่งอพยพ “ทรัมป์” คุมตัวมือปืนได้แล้ว
อ่านข่าวต่อ : “ทรัมป์” ยืนยันปลอดภัยดี หลังเหตุยิงในงานเลี้ยงสื่อทำเนียบขาว
เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “นันทิวัฒน์ สามารถ” อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้ออกมาโพสต์ถึงเหตุระทึกเสียงปืนในงานเลี้ยงสื่อมวลชนของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โชคดีไร้เจ็บ ลงเฟซบุ๊ก “Nantiwat Samart” พร้อมชี้การเจรจาอิหร่าน-สหรัฐ ล่ม หลังฝ่ายอิหร่านไม่รอพบผู้แทนสหรัฐ และตั้งข้อสังเกตความไม่สมดุลของข้อเสนอ รวมถึงความตึงเครียดที่ขยายวงในตะวันออกกลาง และการคัดค้านจากหลายประเทศอิสลาม ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงในอนาคต
โดย นันทิวัฒน์ ระบุข้อความว่า “ระทึกขวัญ ขวัญเอ่ยขวัญมา เสียงปืนดังในงานเลี้ยงสื่อมวลชนของทรัมป์ โชคดีไม่มีใครเป็นอะไร การเจรจาระหว่างอิหร่านและอเมริกาล่ม รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านบินไปปากีสถาน ยื่นเอกสารข้อเสนอให้เจ้าภาพปากีสถาน และบินไปโอมาน ไม่อยู่รอพบประชุมกับผู้แทนจากสหรัฐ ซึ่งไม่ใช่รองประธานาธิบดีแวนซ์ แต่เป็นผู้แทนของทรัมป์ ไม่ใช่รัฐมนตรีต่างประเทศอเมริกาด้วย ทำให้ผู้แทนทรัมป์ระงับการเดินทาง เพื่อไม่ให้เสียหน้า ทำไมอารักชีไม่อยู่รอเจรจา ฝ่ายอิหร่านอาจตั้งข้อสังเกตได้ ไม่อยากคุยกับคนที่ไม่ใช่ตัวจริง เป็นตัวแทน มีอำนาจเจรจาแต่รับผิดชอบแทนรัฐบาลได้หรือไม่ ประการสำคัญ อิหร่านอ้างว่า ไม่สามารถรับเงื่อนไขของอเมริกา ที่มีแต่ข้อเรียกร้องจากอิหร่าน คือ มีแต่ take ไม่มี give และอิหร่านมีข้อเรียกร้องกลับ counter proposal ให้กองเรือรบอเมริกายุติการปิดล้อมอิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซ”

อย่างไรก็ตาม “อเมริกาขัดแย้งกับนาโต ที่ไม่ยอมเดินตามพี่ใหญ่อเมริกา ทำให้อเมริกาอ่อนลง ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศอิสลาม 8 ชาติ ในตะวันออกกลางรวมทั้งอินโดนีเซีย ได้แถลงคัดค้านอย่างรุนแรงต่ออิสราเอล ที่ปล่อยให้ชาวยิวบุกเข้าไปในมัสยิดอัลอักซอ ซึ่งนับเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลาม โดยมีตำรวจอิสราเอลคุ้มกัน นี่คือ อาจจะเป็นชนวนเหตุให้เกิดสงครามศาสนา สงครามครูเซส ได้เลย นับจากนี้คงต้องถามแต่ละฝ่ายแล้วว่า เหลือไม้แข็งอะไรบ้างที่ยังไม่ได้ใช้ งวดนี้จะงัดออกมาให้มันจบๆ ไปเลยหรือเปล่า”
ขอบคุณข้อมูล : Nantiwat Samart



