ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา การลงทุนใน “คริปโตเคอร์เรนซี” หรือ “สกุลเงินดิจิทัล” ได้กลายเป็นกระแสร้อนแรง มีการพูดถึงในวงกว้าง ทั้งนักลงทุน “หน้าใหม่” และ “หน้าเก่า” โดยเฉพาะ นักลงทุนรุ่นใหม่ อายุน้อย ยังเรียนมหาวิทยาลัย ก็กระโดดมุ่งเข้าสู่ตลาดคริปโตฯ จำนวนมาก

โดยมีทั้งกลายเป็น “เศรษฐีหน้าใหม่ป้ายแดง” ทั้ง “เจ็บตัว-ติดดอย” เข้าขั้น “หมดตัว-เจ๊งยับ” เลยก็มี!?! เพราะการลงทุนถือว่ามีความเสี่ยงมาก ปัจจัยที่จะประสบความสำเร็จได้ นอกจากจังหวะและโอกาสแล้ว ยังอยู่ที่ความรู้ของนักลงทุนด้วย ที่ต้องศึกษาตลาดให้ดีก่อน!!

เรียกว่า “ตาดีได้-ตาร้ายเสีย” แต่การต้องมานั่งเฝ้าหน้าจอ 24 ชั่วโมง คงไม่ไหว!?! เพราะตลาดคริปโตฯ เปิด 24 ชั่วโมง 7 วัน   ตลาด “ไม่เคยปิด” และ “ไม่เคยหลับ” จึงได้มีการพัฒนา “โปรแกรม” หรือ “ซอฟต์แวร์” ที่เรียกติดปากว่า “บอท” เข้ามาช่วยเทรดอัตโนมัติ ซึ่งวันนี้ก็มี ผู้พัฒนา “บอท” ฝีมือคนไทยมาให้รู้จัก คือ “มหาบอท” (MA 5 BOT)

“นภัทร ศิริธรรม” ซีอีโอ ของ มหาบอท บอกว่า ปัจจุบัน บอท ที่พัฒนาโดยคนไทยมีเพียง 2-3  ราย ส่วนใหญ่จะเป็น “บอท” ที่พัฒนามาจากจีน ซึ่งจุดเริ่มต้นการพัฒนามาจากเพื่อนๆ 5 คน ที่ชอบการลงทุน จึงคิดทำเพื่อมาใช้กันเองตั้งแต่ปี 60 ซึ่งก็ได้ผลดี ต่อมาโควิด-19 ระบาดเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ทำให้งานเอนเจนซี่โฆษณา คือ บริษัท At First Byte ที่นั่งเป็น ซีอีโอ อยู่ก็เงียบ ด้วยสภาพเศรษฐกิจ จึงเริ่มนำโปรแกรมบอทนี้ออกมาขายให้กับผู้สนใจ นำไปใช้ เพื่อช่วยเพิ่มรายได้บริษัท

โดยได้เริ่มเมื่อช่วงเดือน ก.ค. ปี 64 ซึ่งก็ประสบความสำเร็จพอสมควร ซึ่งได้ปริมาณการซื้อขาย (Volume Trade) ติด Top 15 ของโลกในกระดานเทรดต่างประเทศ!?!

สำหรับหลักการทำงานของ “มหาบอท” นั้น “นภัทร” อธิบายว่า ระบบจะมีอัลกอริทึมเทรดดิ้ง คือ เทรดตามอัลกอริทึม ที่เรียกว่า “Rebalance” ทำงานโดยการคำนวณมูลค่าสินทรัพย์ทั้งสองฝั่ง จะทำให้เรา “ไม่ตกรถ” และ “ไม่ขายหมู”

ซึ่งก็คือ ระหว่างทางที่ราคาขึ้นจะตัดขายที่ละนิด ๆ ไปตลอดทาง ของก็ไม่หมดมือ เพราะระหว่างขายระบบ ก็จะคอยบาลานซ์ให้เท่ากัน หรือ ถ้าราคาขาลง อัลกอริทึมก็จะช่วยเฉลี่ยไล่ซื้อลงมา เหมือนทำให้เรามี Cash Flow อยู่ตลอดเวลา ดูแล้วน่าจะทำ Performance ได้ดีกว่าการลงทุนแบบถัวเฉลี่ย หรือ DCA

นภัทร ศิริธรรม

อย่างไรก็ตามหลายๆคนอาจสงสัยว่าจะการเทรดโดยใช้บอท จะเป็นแชร์ลูกโซ่มั้ย? ซึ่งตอนนี้ก็กำลังมีข่าวเป็นคดีใหญ่โต ซึ่งทางผู้บริหารของ “มหาบอท” อธิบายว่า บริษัทให้บริการเฉพาะซอฟท์แวร์ ไม่ใช่ กระดานซื้อขาย  ไม่มีการจับเงินของลูกค้าโดยไม่มีการรับฝากหรือถอนเงินเทรด ไม่มีการแนะนำเหรียญลงทุน และไม่มีการรับคำสั่งซื้อขาย แค่เป็นการนำระบบเชื่อมต่อเอพีไอกับกระดานซื้อขายและนักลงทุนเป็นผู้ตั้งเซ็ทระบบเองทั้งหมด  

ซึ่งโมเดลธุรกิจก็จะมีรายได้จากค่าเช่าใช้โปรแกรมเท่านั้น โดยอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาทต่อเดือน หรือแพ็กเกจรายปีประมาณ 1 หมื่นบาท ต่อหนึ่ง ผู้ใช้งาน (ยูสเซอร์) ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการสอบถามทาง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดย ก.ล.ต. แจ้งว่า แพลตฟอร์ตมหาบอท เป็นเพียง ‘ซอฟต์แวร์”  จึงไม่ต้องขออนุญาตจาก ก.ล.ต.

อย่างไรก็ตาม “นภัทร” ยอมรับว่า ปัจจุบันตลาดคริปโตฯ อยู่ในช่วงขาลง จากการที่ติดตามตลาด จะมีขึ้นลงในทุกรอบ 4 ปี การลงทุนถือว่ามีความเสี่ยงในทางกลับกันก็ยังมีโอกาส!?! แต่ไม่ควรนำเงินทั้งหมดมาลงทุน ต้องกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์อื่นๆด้วย แต่นักลงทุนคริปโตฯรายใหม่ๆ ที่ขาดทุน ส่วนใหญ่ขาดวินัย มีความโลภ และความกลัว ไม่รู้จุดที่ควรซื้อหรือควรขาย!?!

“เราต้องเสี่ยงอย่างคนที่เข้าใจ มีกลยุทธ์ และ เลือกใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยให้เป็น ให้เราเสี่ยงน้อยที่สุด เพื่อที่เราจะได้ใช้ชีวิต แบบให้มีกำไร (Profitable Lifestyle) บอทเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ ดูได้จากตลาดบอทที่โตขึ้นเรื่อย ๆ อยากให้คนที่มาลงทุนในตลาด ไม่ว่าจะใช้บอทหรือไม่ใช้ ต้องมาด้วยวิธีคิดที่ถูกต้อง มีความเข้าใจที่ถูกต้อง บอทจะเป็นเครื่องมือทำงานให้คุณเอง ส่วนตัวเชื่อว่าการเทรดด้วยบอท จะไม่มีเรื่องอารมณ์ หรือ อคติเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งนั่นคือ วิธีที่ดีที่สุดในการเอาชนะตลาด และเชื่อว่าการเทรดโดยบอท จะเป็นเทรนด์ที่นิยามนำมาใช้อย่างมาก ทั้งนักลงทุนรายย่อย และนักลงทุนสถาบัน”

เมื่อถามว่าแล้วคนที่ใช้บอทเทรดมีการขาดทุนบ้างมั้ย? ผู้บริหารรายนี้ บอกว่า “มี!!” โดยส่วนใหญ่ ไม่ได้เรียนรู้การใช้งาน และมีการตั้งค่าไม่ถูกต้อง หวังจะได้กำไรมากๆอย่างเดียว ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง!?!

สุดท้าย “นภัทร” บอกถึงแผนของบริษัทว่า กำลังพาร์ทเนอร์กับศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ชั้นนำในประเทศไทย 2 แห่ง และโบรกเกอร์ ส่วนในปีหน้า จะขยายไปประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค อย่าง เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ฯลฯ และคาดว่าจะมีผู้ใช้งานมากกว่า 2 หมื่นราย จากปัจจุบันมีผู้ใช้งานอยู่ประมาณ  4,300 ราย

พร้อมมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่นำพา “มหาบอท” ฝีมือคนไทยตัวนี้ ให้เป็นรู้จักและยอมรับในตลาด เทรดคริปโตฯ ในอันดับต้น ๆ ของโลกให้ได้ !?!    

 จิราวัฒน์ จารุพันธ์