บริษัท Loop Energy ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาระบบเชื้อเพลิงไฮโดรเจนของอังกฤษ ประกาศเมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมาว่า ตอนนี้บริษัทมีระบบเชื้อเพลิงรุ่นใหม่ล่าสุดที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าและประหยัดได้มากกว่าเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล ในระดับราคาที่เท่ากัน

บริษัทระบุว่า ถ้าหากคิดจากฐานราคาน้ำมันดีเซลในยุโรปเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2565 ซึ่งขณะนี้ขายในราคาลิตรละ 1.91 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 70.44 บาท) ส่วนเชื้อเพลิงไฮโดรเจนขายในราคากิโลกรัมละ 10 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 368 บาท) รถบรรทุกที่ใช้ระบบเชื้อเพลิงไฮโดรเจรรุ่น S1200 ของทางบริษัท และจ่ายค่าเชื้อเพลิง 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,689 บาท) จะวิ่งได้ระยะทางมากกว่า 179 กม. แต่ถ้าเติมน้ำมันดีเซลด้วยจำนวนเงินเท่ากัน จะวิ่งได้เพียง 175 กม.

ในขณะที่วงการอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังจะเปลี่ยนไปหารถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่มีการปล่อยมลพิษ หรือรถ EV ทางบริษัทผู้ผลิตรถบรรทุกและรถพ่วงรายใหญ่ เช่น Daimler Truck และ Volvo กำลังสนใจอย่างมากในระบบเชื้อเพลิงไฮโดรเจน ซึ่งน่าจะเหมาะกว่าสำหรับการเดินทางระยะไกล เนื่องจากในการขับเคลื่อนรถบรรทุกพร้อมรถพ่วงขบวนใหญ่นั้นจะต้องใช้แบตเตอรี่จำนวนมากหรือมีขนาดใหญ่ ซึ่งจะมีนำ้หนักมากเกินไป

ระบบเชื้อเพลิงไฮโดรเจนนั้นจะส่งก๊าซไฮโดรเจนผ่านเข้าไปในระบบที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ซึ่งจะผลิตพลังงานและความร้อนส่งต่อไปยังแบตเตอรี่ขนาดเล็ก และพลังงานจากแบตเตอรี่นี้จะส่งกำลังไปยังรถบรรทุกเพื่อให้ขับเคลื่อนได้ ในขณะที่สิ่งที่หลงเหลือจากการผลิตพลังงานด้วยระบบนี้มีเพียงน้ำ ไม่ใช่ควันพิษจากท่อไอเสีย

ก่อนหน้านี้ ระบบเชื้อเพลิงไฮโดรเจนต้องเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่สองประการในการพัฒนาเพื่อให้ใช้งานได้จริงมาโดยตลอด ซึ่งก็คือประสิทธิภาพของเชื้อเพลิงที่ด้อยกว่าน้ำมันดีเซลและยังไม่มีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้เชื้อเพลงประเภทนี้ในยุโรป

เบน ไนแลนด์ ประธานบริหารของ Loop Energy กล่าวว่า บริษัทของเขาตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นผู้จัดหาระบบเชื้อเพลิงไฮโดรเจรแก่กลุ่มสตาร์ทอัพด้านการผลิตรถบรรทุก และจะเป็นส่วนหนึ่งในการจัดหาระบบส่งกำลังแบบไฮโดรเจนแก่กลุ่มผู้ผลิตรถบรรทุกขนาดใหญ่รายใหญ่ ๆ 

เครดิตภาพ : REUTERS