สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ว่าเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุ ที่งานเลี้ยงประจำปีของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และนางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เข้าร่วมงานด้วยนั้น สถานที่เกิดเหตุคือ โรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน ในกรุงวอชิงตัน ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับที่เคยเกิดเหตุการณ์พยายามลอบสังหารประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2524
ในวันนั้น นายจอห์น ฮิงค์ลีย์ จูเนียร์ ยิงกระสุนออกไป 6 นัด นัดสุดท้ายกระดอนจากกระจกกันกระสุนของรถลิมูซีนประจำตำแหน่งผู้นำสหรัฐ แล้วเจาะเข้าที่รักแร้ซ้ายของเรแกน กระสุนแตกหักซี่โครงและทะลุเข้าปอด และหยุดอยู่ห่างจากหัวใจของเรแกนเพียง 2.5 เซนติเมตร
แม้เผชิญกับภาวะเลือดออกภายในที่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่เรแกนยังคงแสดงความใจเย็นและอารมณ์ขันที่เป็นตำนาน ด้วยการกล่าวกับนางแนนซี เรแกน สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งและภริยาว่า “ที่รัก ผมลืมก้มหลบ” และพูดกับทีมแพทย์ว่า “ผมหวังว่าพวกคุณทุกคนจะเป็นรีพับลิกันนะ”

รายงานระบุว่า หนึ่งในทีมแพทย์ซึ่งในความเป็นจริงมีจุดยืนสนับสนุนพรรคเดโมแครตตอบกลับว่า “ท่านประธานาธิบดีครับ วันนี้เราทุกคนเป็นรีพับลิกันครับ” เรื่องราวนี้สร้างความประทับใจไปทั่วสหรัฐ และช่วยผลักดันคะแนนนิยมของเรแกนให้พุ่งสูงถึง 73%
อย่างไรก็ตาม นายเจมส์ เอส. เบรดี โฆษกทำเนียบขาวในตอนนั้น ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ส่งผลให้เป็นอัมพาตครึ่งท่อนล่าง ต่อมาเบรดีและภรรยาร่วมกันผลักดันหนึ่งในกฎหมายควบคุมอาวุธปืนฉบับสำคัญของสหรัฐ ที่บัญญัติเมื่อปี 2536 และได้ชื่อว่า “กฎหมายเบรดี” ซึ่งกำหนดให้มีการตรวจสอบประวัติผู้ซื้ออาวุธปืนอย่างละเอียด
ขณะที่ห้องแถลงข่าวหลักของทำเนียบขาวได้รับการตั้งชื่อว่า “ห้องเจมส์ เอส. เบรดี” เพื่อเป็นเกียรติแก่เบรดี หลายฝ่ายจึงอดเชื่อมโยงไม่ได้ว่า “เป็นความเชื่อมโยงของโชคชะตา”.
เครดิตภาพ : REUTERS, GETTY IMAGES



