สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า กองทัพรัสเซียปฏิบัติการโจมตีอย่างหนักทั่วยูเครน ตลอดทั้งวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่สงน้อย 2 รายในกรุงเคียฟ และอีกอย่างน้อย 2 รายในพื้นที่โดยรอบ
Tonight, the Russians struck Kyiv and other Ukrainian cities and communities. The largest number of missiles was directed at the capital – at ordinary residential buildings, at schools; they burned down a food market, one of Kyiv’s oldest markets. The Russian strike effectively… pic.twitter.com/XHtbpTSOFi
— Volodymyr Zelenskyy / Володимир Зеленський (@ZelenskyyUa) May 24, 2026

ขณะเดียวกัน ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 100 คน อาคารที่พักอาศัยหลายสิบแห่งและโรงเรียนอีกหลายแห่งได้รับความเสียหาย ส่วนใหญ่อยู่ใจกลางกรุงเคียฟ และยังมีรายงานเหตุโจมตีในพื้นที่อีกหลายแห่งของยูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอีกอย่างน้อย 2 ราย ในภูมิภาคเคียร์ซอน ที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศ
Russia pounded Kyiv and surrounding areas with hundreds of drones and missiles, including the Oreshnik hypersonic missile, in one of the heaviest bombardments of the city since the start of the war https://t.co/8RMwjvfXYA pic.twitter.com/yCpaIaS3C0
— Reuters (@Reuters) May 24, 2026
นอกจากนี้ การโจมตีดังกล่าวสร้างความเสียหาย ให้กับอาคารคณะรัฐมนตรีและกระทรวงการต่างประเทศของยูเครน ขณะที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติและหอแสดงดนตรีฟิลฮาร์มอนิกกรุงเคียฟ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เช่นเดียวกับอาคารประวัติศาสตร์อีกหลายแห่งในศูนย์กลางเมืองหลวง

กองทัพยูเครนยืนยันว่า นับเป็นครั้งที่ 3 เท่านั้น ตั้งแต่สงครามเปิดฉาก เมื่อปลายเดือน ก.พ. 2565 ที่รัสเซียใช้ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง หรือขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก รุ่น “โอเรชนิก” โจมตียูเครน
การโจมตีดังกล่าวของกองทัพรัสเซียเกิดขึ้น หลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ออกมาประณามอย่างรุนแรงต่อเหตุการณ์โจมตีทางอากาศถล่มอาคารหอพักวิทยาลัยในเมืองสตารอบิลสก์ ในภูมิภาคลูฮันสก์ ทางตะวันออกของยูเครน ซึ่งเป็นพื้นที่ยึดครองของรัสเซีย ว่าการกระทำของยูเครนในครั้งนี้เข้าข่าย “การก่อการร้ายอย่างโจ่งแจ้ง” และสั่งการให้กระทรวงกลาโหมรัสเซีย “ตอบโต้อย่างสาสม”

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ระหว่างคืนวันที่ 21 พ.ค. ต่อเนื่องถึงคืนวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 42 คน แต่ความสูญเสียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งค้นหาผู้ที่ยังคงติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง
ด้านกองทัพยูเครนยอมรับว่า ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในพื้นที่ดังกล่าวจริง แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือ ศูนย์เทคโนโลยีโดรนขั้นสูง “รูบิคอน” ของกองทัพรัสเซีย ซึ่งใช้อาคารที่อยู่ในบริเวณนั้นเป็นฐานบัญชาการ และปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัสเซีย ที่ระบุว่าเจตนาโจมตีหอพักนักศึกษา.
เครดิตภาพ : REUTERS



