เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 ในคดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด กรณีการทุจริตเบิกจ่ายงบประมาณโครงการฝึกอบรมของนิคมสร้างตนเองจังหวัดระยอง และศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดระยอง ปีงบประมาณ 2559-2560

คดีดังกล่าว อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายพัฒนคมน์ ภู่ประเสริฐ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองจังหวัดระยอง (ผปก.นิคมฯ ระยอง) พร้อมพวก ในข้อหาทุจริตเบิกจ่ายเงินโครงการฝึกอบรม โดยเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 71/2568 และคดีหมายเลขแดงที่ 11/2569

ศาลพิพากษาว่า นายพัฒนคมน์ ภู่ประเสริฐ จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปลอมและใช้เอกสารปลอม รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. โดยการกระทำเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน รวม 9 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 45 ปี แต่เนื่องจากให้การรับสารภาพ จึงลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวมโทษจำคุก 18 ปี 54 เดือน โดยไม่รอลงอาญา พร้อมให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐเป็นเงิน 4,168,600 บาท

ส่วนจำเลยที่ 2 น.ส.ณัฐนพิน หรือนิตยา คำมา ศาลพิพากษาว่ามีความผิดในลักษณะเดียวกัน ลงโทษรวม 45 ปี ก่อนลดโทษกึ่งหนึ่งจากการรับสารภาพ เหลือจำคุก 18 ปี 54 เดือน ไม่รอลงอาญา และให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินกว่า 4.1 ล้านบาท

ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2569 เห็นชอบตามความเห็นของอัยการสูงสุดที่จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าว ยังไม่ถึงที่สุด เนื่องจากนายพัฒนคมน์ ภู่ประเสริฐ และพวก ยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ตามกฎหมาย

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2567 ชี้มูลความผิดนายพัฒนคมน์ ภู่ประเสริฐ กับพวก จากกรณีทุจริตเบิกจ่ายงบโครงการฝึกอบรมของนิคมสร้างตนเองจังหวัดระยองและศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดระยอง ในปีงบประมาณ 2559-2560 ก่อนที่คดีจะเข้าสู่การพิจารณาของศาล และมีคำพิพากษาดังกล่าว