เมื่อวันที่ 24 ก.ค.พ.ศ. 2569 พ.ต.อ.ปรีชา นิสัยสม ผกก.สภ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.แปลงยาว ได้ประสานความร่วมมือกับชุดสืบสวน สภ.สนามชัยเขต ร่วมกันจับกุมตัว นายรณกฤต อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญฆ่าหั่นศพแยกชิ้นส่วน นายบุญเลิศ บรรเทิงสุข อายุ 51 ปี โดยสามารถจับกุมตัวได้ หลังพบชิ้นส่วนร่างกายของ นายบุญเลิศ และใช้เวลาแกะรอยไล่ล่าอย่างไม่ลดละไม่ถึง 24 ชั่วโมง

สืบเนื่องจาก ช่วงเย็นวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รับแจ้งจาก น.ส.วิ (นามสมมุติ) อายุ 58 ปี ชาวบ้านที่เข้ามาทำงานรับจ้างในพื้นที่ ว่าพบชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์ลักษณะคล้ายท่อนแขนซ้าย สภาพถูกของมีคมตัดหั่นอย่างโหดเหี้ยม ถูกนำมาโยนทิ้งไว้กลางป่ายูคาลิปตัสบ้านโป่งนกเป่า ต.ลาดกระทิง อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อติดต่อกับ ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.ปรีชา นิสัยสม ผกก.สภ.แปลงยาว จึงได้นำกำลังตำรวจสายตรวจและประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (สพฐ.ฉะเชิงเทรา) เข้าตรวจสอบทันที พร้อมตรวจสอบประวัติพบว่าชิ้นส่วนดังกล่าวตรงกับนายบุญเลิศ ที่ญาติได้มาแจ้งความคนหายไว้ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน

เบื้องต้นสอบสวน นายรณกฤต ในตอนแรกให้การวกวนไปมามีพิรุธ แต่สุดท้ายก็ยอมนนทบด้วยหลักฐาน เปิดปากสารภาพว่า เป็นคนลงมือฆ่าหั่นศพนายบุญเลิศ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท โดยอ้างว่าเหตุเกิดช่วงกลางดึกเวลา 22.20 น. ของวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่บ้านพักของตนเอง ในพื้นที่หมู่ 2 ต.ลาดกระทิง เนื่องจากตั้งวงดื่มสุรากันจนมึนเมาแล้วเกิดมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรง ด้วยความบันดาลโทสะและยั้งอารมณ์ไม่อยู่ จึงใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายเพื่อนเสียชีวิต จากนั้นลากศพมาทำความสะอาดและหั่นแยกชิ้นส่วน โดยนำท่อนแขนซ้ายไปโยนทิ้งในป่ายูคาลิปตัสฝั่งอ.แปลงยาว ส่วนชิ้นส่วนศีรษะและลำตัวที่เหลือ ได้นำใส่ภาชนะขี่รถจักรยานยนต์นำไปโยนทิ้งอำพรางในป่าห่างจากจุดแรกไปประมาณ 500 เมตร

ต่อมา พ.ต.อ.สมชาย อยู่สวัสดิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา รุดเดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อควบคุมและติดตามคดีด้วยตนเอง เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญที่ประชาชนให้ความสนใจ พร้อมทั้งสั่งการให้ควบคุมตัวนายรณกฤต ผู้ก่อเหตุไปควบคุมไว้ที่ สภ.แปลงยาว เพื่อทำการสอบสวนอย่างละเอียดประกอบคำรับสารภาพ และให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างและชิ้นส่วนอวัยวะทั้งหมดของผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลแปลงยาว ก่อนจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป