สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ว่า กิจกรรมของมนุษย์นับตั้งแต่ยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วยถ่านหิน, น้ำมัน และก๊าซ ทำให้อุณหภูมิอยุ่ในระดับต่ำกว่าภาวะโลกร้อนเพียง 1.2 องศาเซลเซียส และส่งผลให้เกิดภัยแล้งรุนแรง, อุทกภัย และพายุที่ได้รับอิทธิพลจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น

แม้สำนักทะเบียนเชื้อเพลิงฟอสซิลโลกจะพยายามให้ความชัดเจนเรื่องปริมาณสำรองของน้ำมัน, ก๊าซ และถ่านหิน เพื่อเติมเต็มช่องว่างความรู้เกี่ยวกับอุปทานโลก และช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายบริหารจัดการการเลิกใช้ได้ดียิ่งขึ้น แต่ข้อมูลจากพื้นที่มากกว่า 50,000 แห่ง ทั่ว 89 ประเทศ ทางหน่วยงานพบว่า บางประเทศมีปริมาณเชื้อเพลิงฟอสซิลสำรองมากพอ ที่จะผลาญงบประมาณคาร์บอนของทั้งโลกจนหมดได้

“เรามีเวลาน้อยมากในการจัดการงบประมาณคาร์บอนที่เหลืออยู่” นางรีเบคกา บายร์เนส รองผู้อำนวยการสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายเชื้อเพลิงฟอสซิล และเป็นผู้รวบรวมทะเบียน กล่าว “ตราบใดที่พวกเราไม่วัดสิ่งที่กำลังถูกผลิต มันเป็นเรื่องยากอย่างเหลือเชื่อในการวัด หรือควบคุมการผลิตนั้น”

นอกจากนี้ บายร์เนส ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า บัญชีรายการสามารถช่วยกดดันนักลงทุนในประเทศ ที่มีสารประกอบไฮโดรคาร์บอนสำรองปริมาณมากได้ แต่ในทางตรงกันข้าม มันยังคงเป็นเรื่องยากที่จะกดดันการออกห่างจากเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างกว้างขวาง

ด้านนายไซมอน โคเฟ รมว.ต่างประเทศตูวาลู กล่าวว่า ฐานข้อมูลดังกล่าวสามารถ “ช่วยยุติการผลิตถ่านหิน, น้ำมัน และก๊าซอย่างมีประสิทธิภาพ” อีกทั้งมันจะช่วยให้รัฐบาล, บริษัท และนักลงทุน ตัดสินใจปรับการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลของพวกเขาให้สอดคล้องกับขีดจำกัดอุณหภูมิ 1.5 องศาเซลเซียส ดังนั้นแล้ว มันจึงเป็นการป้องกันการเสียชีวิตในประเทศ เช่นเดียวกับในหลายประเทศ ตลอดจนประชาคมโลกอย่างเป็นรูปธรรม.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES