ไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 90–100 ซม. มีลำต้นอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยวเรียงสลับ ซ้อนกันถี่มากรอบต้น กว้าง 6.5 ซม. ยาวได้ถึง 1 เมตร ไม่มีก้านใบ ดอกช่อออกจากกลางต้น มีดอกย่อยจำนวนมาก ผลเป็นผลรวม รูปทรงกระบอก มีใบเป็นกระจุกที่ปลาย ผลสุกสีเหลืองสดและฉ่ำน้ำ ใบเลี้ยงเดี่ยว สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดี เมื่อเจริญเป็นผลแล้วจะเจริญต่อไปโดยตาที่ลำต้นจะเติบโตเป็นต้นใหม่ได้อีก และสามารถดัดแปลงเป็นไม้ประดับได้อีกด้วย

สับปะรด คือผลไม้ที่มีแคลอรีต่ำ แต่กลับมีโภชนาการทางอาหารที่สูง1 ในสับปะรดมีวิตามินและสารอาหารประกอบไปด้วย วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 กรดโฟลิก และโบรมีเลน นอกจากนี้สับปะรดยังมีฟอสฟอรัส สังกะสี แคลเซียม วิตามินเอ และ วิตามินเค ทำให้สับปะรดมากไปด้วยประโยชน์ อุดมไปด้วยสรรพคุณ เหมาะกับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

ประโยชน์ของสับปะรดที่ได้มาจากวิตามินและสารอาหารมีอยู่หลายประการ  อาทิมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยบรรเทาความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน ที่เกิดจากอนุมูลอิสระจำนวนมากทำให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ ซึ่งมักเชื่อมโยงกับการอักเสบเรื้อรัง สุขภาพภูมิคุ้มกันอ่อนแอ โรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็งบางชนิด

 มีส่วนช่วยในระบบย่อยอาหาร เพราะสับปะรดมีเอนไซม์ย่อยอาหารกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่าโบรมีเลน ที่ทำหน้าที่ช่วยสลายโมเลกุลโปรตีน ทำให้การย่อยอาหารประเภทเนื้อสัตว์ง่ายขึ้น  ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เนื่องจากในสับปะรดประกอบไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และเอนไซม์หลายชนิด เช่น โบรมีเลน ที่อาจมีส่วนช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และลดการอักเสบ  มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูของร่างกาย เพราะมีโบรมีเลน ที่มีส่วนช่วยเร่งการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อหลังจากออกกำลังกายหนักโดยการลดการอักเสบบริเวณเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อที่เสียหาย ร่างกายของคนที่กินสับปะรดจึงมีการฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว

อีกหนึ่งประโยชน์ของสับปะรด คือการเป็นตัวช่วยที่ดีในการลดน้ำหนัก เพราะเอนไซม์ของสับปะรดอาจช่วยในเรื่องการเผาผลาญไขมันได้2 นอกจากนี้สับปะรดมีราคาถูก และอยู่ท้อง เหมาะสำหรับการนำมากินร่วมกับอาหารมื้อหลัก หรือจะกินเป็นของว่างระหว่างวันก็ได้ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก ในสับปะรดมีปริมาณของแมงกานีสมากกว่า 100% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน โดยแมงกานีสมีส่วนช่วยในการทำให้กระดูกแข็งแรง ดังนั้นการกินสับปะรดจึงมีสรรพคุณช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกได้

สับปะรดมีไฟเบอร์สูง ผู้ที่เป็นเบาหวานประเภทที่หนึ่ง หากกินสับปะรดเข้าไปแล้ว ไฟเบอร์ในสับปะรดจะช่วยต้านการจับกลุ่มกันของเกล็ดเลือด และลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ นอกจากนี้ไฟเบอร์ในสับปะรดยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาล ไขมัน และอินซูลิน ให้กับผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่สองได้อีกด้วย  ป้องกันโรคความดันโลหิตสูงเนื่องจากโพแทสเซียมจะเพิ่มการขับน้ำและโซเดียมออกจากร่างกาย ช่วยชะลอการสะสมของไขมันในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงในการอุดตันของเส้นเลือด รวมถึงช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดี การกินสับปะรดซึ่งมีโพแทสเซียมในปริมาณสูงจึงมีส่วนช่วยในการลดความดันโลหิตได้

แม้ว่าสับปะรดจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพแต่การบริโภคมากเกินไปอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนได้ โดยอาจมีอาการแพ้ ในบางคน เนื่องจากสับปะรดมีเอนไซม์ที่ช่วยย่อยสลายโปรตีน ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้ นอกจากนี้ สับปะรดยังอาจทำให้เกิดอาการแพ้ลาเท็กซ์ในบางราย อาการแพ้สับปะรดมักจะหายไปเองภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่หากอาการไม่ดีขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น การบริโภคสับปะรดในปริมาณมากอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในผู้ที่มีความเสี่ยง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ตามมา สับปะรดมีน้ำตาลกลูโคสและซูโครสเป็นส่วนประกอบหลัก และเมื่อบริโภคเข้าไป ร่างกายจะดูดซึมน้ำตาลเหล่านี้เข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น  .ผลกระทบต่อสุขภาพช่องปาก และฟันผุ เพราะสับปะรดจะเป็นผลไม้ที่มีความเป็นกรดสูง เมื่อรับประทานเข้าไป กรดในผลไม้จะทำปฏิกิริยากับผิวเคลือบฟัน ทำให้ผิวเคลือบฟันบางลงและเสื่อมสภาพ หากไม่ดูแลสุขอนามัยในช่องปากที่ดี อาจทำให้เกิดฟันผุได้ .ท้องเสีย เป็นอีกหนึ่งอาการที่อาจเกิดขึ้นได้หลังจากการบริโภคสับปะรดในปริมาณมาก