ลำต้น ไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลำต้นมีความสูงประมาณ 5-20 เมตร เปลือกลำต้นเรียบหรือขรุขระ มีสีน้ำตาลหรือเทา มักแตกกิ่งก้านสาขาบริเวณใกล้กับโคนต้น ใบออกเป็นใบเดี่ยว เรียงตัวแบบตรงกันข้าม ใบหนาผิวด้านหลังใบเป็นมันสีเขียวเข้ม และมักเจือด้วยสีแดงหรือม่วง ใบค่อนข้างใหญ่เรียวยาวเป็นมัน ดอก เป็นช่อตามชอกใบ สีดอกแตกต่างกันไปตามพันธุ์อาจจะเป็นสีขาว เหลือง ชมพูหรือแดง ชั้นกลีบเลี้ยงมีจานวน 4-5 กลีบ และอยู่ติดกันเป็นรูปถ้วย ชั้นกลีบดอกมีจานวน 4-5 กลีบ เมื่อดอกบานชั้นกลีบดอกจะหลุดร่วงเป็นแผงคล้ายหมวก เกสรตัวผู้มีจำนวนมากมาย ผลชมพู่มีลักษณะคล้ายระฆัง ที่ปลายผลมีชั้นของกลีบเลี้ยงรูปถ้วยติดอยู่ตลอด เนื้อ สี รูปร่าง ขนาด และรสชาติแตกต่างกันตามพันธุ์ ส่วนเมล็ด มีตั้งแต่ 1-5 เมล็ด หรืออาจไม่มีเมล็ดแล้วแต่พันธุ์ชมพู่

ชมพู่เป็นผลไม้น้ำตาลน้อยทานได้ในปริมาณมากโดยไม่ทำให้อ้วน มีวิตามินซี ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน เสริมภูมิต้านทานโรค และลดความรุนแรงของโรคหวัด มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่างๆช่วยเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกาย เพราะเป็นผลไม้ที่ฉ่ำน้ำ มีน้ำอยู่มาก ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด เนื่องจากในชมพู่มีสารไลโคปีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยบำรุงหลอดเลือดและช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ มีไฟเบอร์สูง และเป็นไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำ ซึ่งช่วยการดูซึมไขมันของระบบทางเดินอาหาร ช่วยควบคุม และรักษาระดับน้ำตาลในเลือดช่วยบำรุงหัวใจ ลดความเสี่ยงของสภาวะ หัวใจวาย หัวใจขาดเลือด มีส่วนช่วยลดความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุ ซึ่งช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ป้องกันโรคติดเชื้อต่างๆ

มีไฟเบอร์ ซึ่งช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ลดอาการท้องผูก และท้องอืด ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่  ไฟเบอร์และน้ำในชมพู่จะช่วยให่ร่างกายรู้สึกอิ่ม เหมาะกับผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก หรือควบคุมน้ำหนัก มีแคลเซียมสูงช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ชมพู่มีสารต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยในการขับของเสียออกจากตับและไต มีวิตามินต่างๆ ซึ่งมีส่วนช่วยในการต่อต้านการพัฒนาของเนื้องอกและเซลล์มะเร็ง มีส่วนช่วยในการบำรุงผิวให้แข็งแรง ช่วยเสริมธาตุเหล็กและวิตามินให้คุณแม่ในระหว่างตั้งครรภ์

วิธีเลือกซื้อชมพู่ สดใหม่ หวาน กรอบ    ควรเลือกผลที่มีลักษณะเป็นรูประฆังคว่ำ ผิวสวยไม่โดนเจาะ ด้านบนขั้วไม่ลีบเล็กจนเกินไป สังเกตรอยแฉกใต้ลูกชมพู่ รอยแฉกใต้ลูกชมพู่ ควรมีลักษณะที่ค่อนข้างลึกและกว้างได้รูปสี่เหลี่ยมจตุรัส เพราะถ้ารอยแฉกใต้ลูกชมพู่เบี้ยว มีรอยแฉกตื้น ชมพู่ลูกนั้นมักจะมีเนื้อนิ่มและมีรสฝาด ชมพู่ที่แก่จะมีผิวของชมพูต้องขึ้นเส้น สามารถมองเห็นเป็นเส้นขึ้นตามลูกในแนวดิ่งลงมองรอบๆ ผลชมพู่ พยายามเลือกชมพู่ที่ผิวสวย อย่าเลือกชมพู่ที่มีรอยช้ำ เพราะชมพู่เป็นผลไม้เปลือกบาง จึงเกิดการช้ำและเน่าเสียได้ง่าย

ข้อควรระวังในการทานชมพู่ ในส่วน เมล็ด ราก และใบชมพู่ มีสาร ไซยาไนด์ ซึ่งเป็นมีสารที่เป็นพิษต่อร่างกาย ถึงแม้จะมีอยู่ในปริมาณที่ไม่มาก แต่ก็ไม่ควรทานเข้าไป เพราะสารไซยาไนด์จะส่งผลร้ายต่อต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดได้