ที่ศาลาว่าการ กทม. เมื่อวันที่ 19 ก.ย. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการดิจิทัล ครั้งที่ 1/2565 โดยระบุถึง อนาคตการบริการจัดการของ กทม. ว่า จะบังคับใช้เทคโนโลยีมากขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมยกตัวอย่าง Traffy fondue ที่ผ่านมาลงทุนน้อยแต่ได้ผลมหาศาล โดยเฉพาะในเรื่องทางการแพทย์ระบบ Telemedicine คณะกรรมการชุดดังกล่าวนี้ จะเป็นตัวพิจารณาแต่ละส่วนให้เป็นเนื้อเดียวกัน คาดว่าเทคโนโลยีจะเป็นตัวเปลี่ยนที่ตอบโจทย์ประชาชน
อย่างไรก็ตาม จะมีการนำมาใช้พัฒนาเรื่องการบริหารทรัพยากรองค์กรโดยเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานต่างๆ ให้แชร์ข้อมูลได้ลื่นไหลกว่าอดีตที่เป็นระบบอนาล็อก
ด้าน น.ส.ทวิดา กล่าวว่า ต้องการปรับใช้เทคโนโลยีให้ตอบโจทย์มากขึ้น ซึ่งกทม.มีคณะกรรมการใหญ่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายของผู้ว่าฯ ทางด้านดิจิทัลทั้งหมด แยกเป็น 2 ส่วนดูแลเรื่องของการทำ Open Bangkok ทำข้อมูลสื่อสารออกไปข้างนอก และมีกรรมการภายนอกซึ่งเป็นเครือข่าย ส่วนชุดที่ประชุมกันครั้งนี้ เป็นคณะกรรมการที่จะดูเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน กรอบนโยบายที่ต้องเดินหน้าทั้งหมด ให้ชุดหนึ่งเป็นคณะกรรมการภายนอก อีกชุดเป็นกรรมการภายใน ทำหน้าที่ดูการใช้ระบบบริหารจัดการ การเชื่อมต่อ กทม.1 กทม.2 ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาล การให้บริการประชาชน และสมาร์ทเซอร์วิสทั้งหมด
“สำหรับระบบดังกล่าวไม่ได้ดูเพียงโครงสร้างหรือเครื่องมือเท่านั้น เนื่องจากตัวระบบข้อมูลจะใช้ map base เดียวกัน เพื่อให้ทราบจุดวิกฤติน้ำท่วม จุดอาชญากรรม อุบัติเหตุ อัคคีภัย สารเคมี ซึ่งจะมาอยู่ในจุดเดียวกัน มองภาพรวมได้ทั้งหมด”
ทั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่อาจจะนำมาปรับใช้เป็นโครงสร้างที่คณะกรรมการชุดนี้ต้องดูแล ทั้งในเรื่องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับประชาชน และการรวมระบบไอที (IT) ของแต่ละหน่วยงานให้แชร์กันได้ เพื่อปรับการบริหารจัดการให้เป็น E-office การใช้จ่ายงบประมาณจะไม่ซ้ำซ้อนกัน ซึ่งทำให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น.



