พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ลงพื้นที่ประชุมและตรวจติดตามการขับเคลื่อนงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามมติ กพต. ณ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ในการประชุม กพต.สัญจร จชต. ครั้งที่ 4/2565 พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ แถลงต่อสื่อมวลชนหลังเสร็จสิ้นการประชุมในครั้งนี้ว่า การประชุม กพต. วันนี้มีการเห็นชอบหลายเรื่องที่ ศอ.บต. เสนอซึ่งมีความก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่งและจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบและพิจารณาตามลำดับ คือ เรื่องแรก การฟื้นฟูและบูรณปฏิสังขรณ์วัดและโบราณสถานทางพระพุทธศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องต่อมาคือ กพต. ได้จัดตั้ง “สถาบันภาษานานาชาติ” เพื่อเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมทักษะและการเรียนรู้ทางภาษา 6 ภาษา ได้แก่ ไทย มลายู จีน อังกฤษ อาหรับ และตุรเคีย และเห็นชอบส่งเสริมอัตลักษณ์ ผ่านปฏิทินประเพณีวัฒนธรรม 12 เดือน นอกจากนี้ยังได้เห็นชอบแผนพัฒนาจังหวัดนราธิวาสที่เกิดขึ้นจากการรระดมความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ที่ประชุมยังได้อนุมัติในเรื่องของการปฏิบัติเกี่ยวกับการคัดสรรข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้เป็นไปตามหลักรัฐประศาสโนบายของล้นเกล้า รัชกาลที่ 6 ที่ต้องเป็น “คนดี คนเก่ง” และการเยียวยาครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ รวมทั้งสิ้น 11 ราย และจะได้ปรับกระบวนการทำงานที่รวดเร็วและเกิดประโยชน์ รัฐบาลจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ด้าน พลเรือตรี สมเกียรต ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า การประชุมแต่ละครั้งเรามุ่งเน้นที่จะผลักดันในการพัฒนาในทุกมิติของภาคใต้ในทุกจังหวัด สิ่งที่ต้องแก้ไขเร่งด่วนในขณะนี้ คือการแก้ไขปัญหาระดับเศรษฐกิจ มีตั้งแต่เศรษฐกิจระดับฐานราก ในเรื่องปศุสัตว์ การค้าชายแดน มีการผลักดันในเรื่องของการแก้ไขปัญหาสุขภาวะ ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ในภาคใต้ในเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ความเร่งด่วนของการพัฒนาเศรษฐกิจในขณะนี้ โดยภาพรวม ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาความยากจน มีการผลักดันทุกห้วงของการประชุม กพต. ทุกพื้นที่ต้องเดินหน้าไปพร้อมกันเพราะต่างก็มีศักยภาพ หรือเรียกว่าการพัฒนาตามศักยภาพของพื้นที่ ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ก็จะมีการผลักดันเรื่องการค้าชายแดนส่วนหนึ่ง ปศุสัตว์ส่วนหนึ่ง ซึ่งก็เป็นอาชีพที่ชาวนราธิวาสดำเนินการเรื่องนี้มายาวนาน ในขณะที่พื้นที่ จ.ยะลา ผลักดันในเรื่องของการเพาะปลูก ผลไม้ รวมถึงเรื่องของพืชพลังงาน จ.ปัตตานี ก็มุ่งเน้นในเรื่องของริมฝั่งทะเล จะเห็นได้ว่ามีการผลักดันไปพร้อมกัน ให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่แต่ละแห่ง อย่างไรก็ตาม การประชุมสัญจรที่ จ.นราธิวาส ในครั้งนี้ เพื่อต้องการผลักดันยกระดับ จ.นราธิวาส ให้มีศักยภาพ เพราะ จ.นราธิวาส มีความพร้อมหลายด้าน ทั้งท่าอากาศยานนราธิวาส ที่เตรียมยกระดับให้เป็นสนามบินนานาชาติ การสร้างสะพานแม่น้ำโก-ลก แห่งที่ 2 ซึ่งกำลังหารือกับทางมาเลเซียเพื่อยกระดับการค้าชายแดน ถ้าผลักดันทุกด้าน เชื่อมั่นว่า จ.นราธิวาส จะมีการยกระดับคุณภาพชีวิตขึ้นมาให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้
สำหรับกิจกรรมฟื้นฟูและบูรณปฏิสังขรณ์วัดและโบราณสถานฯ ศอ.บต.จะมีการดำเนินงานฟื้นฟูวัดที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไป และวัดที่ชำรุดทรุดโทรม อยู่ในพื้นที่โดดเดี่ยวห่างไกล เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ด้านกิจกรรมส่งเสริมอัตลักษณ์ทางภาษา ประเพณี วัฒนธรรม เพื่อสร้างความเข้มแข็งของสังคมพหุวัฒนธรรม ศอ.บต. มีการนำเสนอการดำเนินงาน 2 ด้าน คือ ด้านภาษา ส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์ภาษานานาชาติจังหวัดชายแดนภาคใต้ 6 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย อาหรับ จีน มลายู อังกฤษ และภาษาตุรเคีย เพื่อรองรับการประกอบอาชีพในอนาคต และด้านประเพณีและวัฒนธรรม ประกอบด้วย ส่งเสริมอัตลักษณ์การแต่งกายชุดประจำถิ่นให้สอดคล้องกับมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทยตามมติคณะรัฐมนตรี พร้อมจัดทำปฏิทินประเพณีและวัฒนธรรมประจำปี.



