วันนี้ (21 ก.ย.) ที่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ที่พบมากในปัจจุบัน ทั้งการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ/เก็งกำไรค่าเงิน ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ (Forex-3D) การหลอกลงทุนหรือแชร์ลูกโซ่ การกดลิงก์แล้วทำให้ถูกโอนเงินออกจากบัญชี เป็นต้น

โดยได้ข้อสรุปในการแก้ปัญหา ในกรณีเว็บไซต์หรือสื่อโซเชียลที่มีการโฆษณาหรือเชิญชวนลงทุน ซื้อขายแลกเปลี่ยน/เก็งกำไรค่าเงิน (FX) มีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ของ ธปท. ที่ยังไม่เคยให้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ บนแพลตฟอร์มออนไลน์/โซเชียล ส่วนการใช้โซเชียล โฆษณา หลอกชักชวนลงทุน ขายแลกเปลี่ยน/เก็งกำไรค่าเงิน โดยให้ผลตอบแทนสูงเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

“ทางดีอีเอสจะใช้ระบบ social listening หรือ การกวาดเก็บข้อมูลรวบรวมชื่อเว็บหรือโซเชียล ที่มีพฤติกรรมเชิญชวนลงทุนเก็งกำไรค่าเงิน หรือลงทุนในหลักทรัพย์ เพื่อจัดส่งไปให้ทาง ธปท. และ ก.ล.ต. ตรวจสอบว่าเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตหรือไม่ และหากพบว่าเป็นเว็บหรือโซเชียลผิดกฎหมาย ก็จะดำเนินขั้นตอนประสานขอคำสั่งศาลเพื่อปิดเว็บหรือโซเชียลเหล่านั้นทันที โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากนั้นเดินหน้ากระบวนการตรวจสอบและสืบสวนสอบสวนต่อไปโดยมองว่าจะสามารถสกัดกั้นความเสียหายได้แต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะมีประชาชนหลงเชื่อจำนวนมากและเกิดความสูญเสียเงินจำนวนมหาศาลตามมา” นายชัยวุฒิ กล่าว

นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า สำหรับการหลอกดูดเงินจากบัญชีผ่าน โมบายแอพ ซึ่ง ได้ตรวจสอบกับ ธปท. แล้วพบว่า มีกรณีเกิดขึ้นจริง เนื่องจากผู้เสียหายหลงเชื่อ คลิกเปิดลิงก์ ที่มิจฉาชีพส่งเข้ามาทางมือถือ ทำให้ถูกควบคุมมือถือจากทางไกล (รีโมตคอนโทรล) โดยมิจฉาชีพจะเห็นข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจอมือถือของเหยื่อ ทำให้แฮกรหัสโอทีพี ที่ใช้ในการทำธุรกรรมออนไลน์ และสั่งโอนเงินจากบัญชีผ่านแอพได้

“ปัจจุบัน ธปท. ได้แจ้งเตือนธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง ให้ทำการปรับปรุงระบบโมบาย แบงก์กิ้ง เพื่อให้ทำการปิดระบบ โอนเงินทันทีเมื่อพบว่ามือถือหมายเลขนั้นๆ ถูกแฮกทางไกล ซึ่งปัจจุบันมี 2 ธนาคารที่ทำการปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงไทย ดังนั้นอยากขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์ชแห่งอื่นๆ เร่งทำการอัพเดทด้วย และขอเตือนประชาชนในการอัพเดทแอพบนมือถือ ให้ทำจาก แอพสโตร์ และเพลย์สโตร์โดยตรง อย่างไปกดอัพเดทจาก ลิงก์ที่มีการส่งเข้ามาเพื่อป้องกันลิงก์จากมิจฉาชีพที่จะเข้ามาแฮกข้อมูลจากมือถือ” นายชัยวุฒิ กล่าว

รมว.ดีอีเอส กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมามีการหลอกลวงลงทุนออนไลน์ ใช้ช่องทางโซเชียลชักชวนลงทุน มีการใช้อินฟลูเอนเซอร์ ดารา คนดังที่มีคนติดตามแยะ ทำให้ประชาชนสนใจอย่างแพร่หลาย และทำให้คนหลงเชื่อตามกันมาลงทุน จนเกิดความเสียหายในวงกว้าง เพื่อป้องกันปัญหา ถ้า สำนักงาน ก.ล.ต. แบงก์ชาติ หรือ หน่วยงานใด พบพฤติกรรมแบบนี้ ที่หลอกลวง มีการระดมทุนจากประชาชนอย่างผิดกฎหมาย ก็เร่งตรวจสอบ รวบรวมหลักฐาน ส่งกระทรวงดีอีเอสเพื่อจะได้ดำเนินการเร่งปิดกั้นก่อนที่จะสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนในวงกว้าง

พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ ผกก.2 บก.สอท.1 กล่าวว่า ปัจจุบันการหลอกลวงลงทุน ในบางคดีใหญ่อย่าง Turtle Farm ฟาร์มเห็ดที่สกลนคร มีการทำฟาร์มเห็ดจริง มีการเชิญชวนให้ดูฟาร์ม ใช้คนมีชื่อเสียงมาสร้างความน่าเชื่อถือ จ่ายผลตอบแทนจริงในระยะแรกๆ แต่เมื่อมีคนเข้ามาลงทุนมากๆ ขึ้น ก็มีปัญหาหรือหยุดจ่ายเงินคืนผู้ลงทุน พฤติกรรมเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ จึงขอเตือนว่า หากพบการเชิญชวนที่ให้ผลตอบแทนสูงมากเกินความเป็นจริง อย่าหลงเชื่อ เพราะการลงทุนที่ให้ผลกำไรเกินจริงได้นั้นไม่มีจริง

“จากตัวอย่างคดีที่เรารับผิดชอบอยู่ตอนนี้ พบว่าส่วนใหญ่ทำการหลอกนักลงทุนแค่ 5-6 เดือน ก็มีเงินหมุนเวียนหลักพันล้านบาท ดังนั้น ยิ่งถ้าปล่อยนานไป จะยิ่งเสียหายจำนวนมาก ซึ่งเรามีกระบวนการเฝ้าระวังอยู่แล้ว ถ้าใครพบพฤติกรรมหลอกลวงลงทุน ขอให้รีบแจ้งมาที่ 1441” พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ กล่าว