สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ว่า นโยบาย “ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” ของรัฐบาลปักกิ่งถูกยกระดับด้านวาทศิลป์แบบทางการอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อีกทั้งการปราบปรามส่วนเกินในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้งเทคโนโลยี และการศึกษาเอกชน ยังสั่นคลอนบรรดานักลงทุนด้วย
ในปี 2564 จีนมีเศรษฐีราว 6.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 มากกว่า 1 ล้านคน ขณะที่จำนวนเศรษฐีทั่วโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 5.2 ล้านคน ซึ่งรายงานระบุว่า ตัวเลขเศรษฐีในจีนคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2 เท่า เป็นราว 12.2 ล้านคน ภายในช่วงเวลา 5 ปีต่อจากนี้
Chinese millionaires to double by 2026, Credit Suisse says, despite slowing economy https://t.co/gE0LG7S4a2 pic.twitter.com/ZCB7ptjJcp
— Reuters (@Reuters) September 20, 2022
ทั้งนี้ แนวโน้มการเติบโตด้านความมั่งคั่งของจีนในทิศทางบวกนั้นเกิดขึ้น แม้ว่าเศรษฐกิจของประเทศจะหลบเลี่ยงการหดตัวได้อย่างหวุดหวิดในไตรมาสที่ 2 เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ป้องกันโรคโควิด-19 และภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ตกต่ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคและทางธุรกิจ
ขณะที่ความมั่งคั่งของครัวเรือนทั่วโลกขยายตัว 12.7% ในปีที่แล้ว นับเป็นอัตราประจำปีที่เพิ่มเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึก โดยไม่รวมกับปัจจัยอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ดังกล่าวถูกบดบัง ด้วยความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และการเงินที่สูงขึ้น
“มันอาจจะยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบของเงินเฟ้อ, วิกฤติยูเครน และวิกฤติห่วงโซ่อุปทานอย่างเต็มที่ แต่เราอาจเห็นการพลิกผันบางอย่างของความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกในปีนี้ได้” นายแอกเซล เลห์มานน์ ประธานคณะกรรมการของเครดิตสวิส กล่าว.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



