เมื่อเวลา 17.20 น. วันที่ 7 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมด้วย เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ไปยังตึกบัญชาการ 1

โดยนายอนุทิน กล่าวว่า ได้มาตรวจดูความเรียบร้อยของห้องทำงานรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้เดินตรวจทุกชั้น จากนั้นได้ลงจากตึกบัญชาการ 1 พร้อมกับ ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และ สุขสมรวย วันทนียกุล ไปยังตึกบัญชาการ 2 เพื่อตรวจความเรียบร้อยของห้องทำงานทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และห้องทำงานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ก่อนเดินกลับมายังตึกไทยคู่ฟ้า โดยระหว่างทางยังได้แวะตรวจจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

ขณะที่ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความคืบหน้าร่างแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา นายอนุทิน กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติส่งร่างนโยบายไปยังรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา

เมื่อถามว่า รัฐสภาจะบรรจุวาระพิจารณาร่างนโยบายในวันที่ 9-10 เม.ย. และหลังจากนั้นในวันที่ 11 เม.ย. จะมีการประชุม ครม. นัดแรกเลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ใช่ เนื่องจากหากเลื่อนออกไปจะติดช่วงเทศกาลสงกรานต์ยาวเกินไป ขณะนี้ประเทศมีปัญหาหลายด้าน จึงต้องเร่งประชุม ครม. รวมทั้งเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยได้มอบหมายให้ทุกกระทรวงดำเนินมาตรการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด

เมื่อถามถึงมาตรการที่ให้แต่ละกระทรวงไปจัดทำเพื่อนำเสนอ ครม. จะเน้นเรื่องใดเป็นหลัก นายอนุทิน กล่าวว่า ขอให้รอความชัดเจน และให้โฆษกรัฐบาลเป็นผู้แถลงรายละเอียด

ส่วนกรณีการลงนามจัดตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ชุดใหม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องใช้อำนาจตามกฎหมาย จึงต้องรอให้มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาให้เรียบร้อยก่อน เนื่องจากเป็นสถานการณ์ต่อเนื่องที่ต้องมีการมอบอำนาจไปยังคณะกรรมการ โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้หลังการแถลงนโยบายในวันที่ 10 เม.ย. อย่างไรก็ตาม การประชุม ครม. ในวันเดียวกันอาจไม่ทัน จึงกำหนดประชุมในวันที่ 11 เม.ย.

เมื่อถามถึงภารกิจในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นายอนุทิน กล่าวว่า จะปฏิบัติหน้าที่ติดตามสถานการณ์อยู่ในพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าน้ำมันจะไม่ขาดแคลน โดยได้รับรายงานว่ามีการเตรียมแผนสำรองน้ำมันเพียงพอสำหรับการใช้งานตามปกติ พร้อมทั้งรณรงค์ให้ประหยัดน้ำมันและค่าใช้จ่าย โดยขอให้คณะรัฐมนตรีใช้รถยนต์ส่วนตัวให้มากขึ้น และส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อลดมลพิษ

“ช่วงแรกตนก็ไม่คิดจะใช้ แต่เมื่อเกิดวิกฤติน้ำมัน ครอบครัวแนะนำให้ใช้เป็นตัวอย่าง พอลองใช้แล้วสะดวก ไม่ต้องกังวลเรื่องเติมน้ำมัน ใครมีความพร้อมก็สามารถช่วยประหยัดได้มากกว่าน้ำมัน” นายอนุทิน กล่าว

ต่อมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนายกรัฐมนตรีขับรถยนต์ไฟฟ้าออกจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อถึงบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ได้หยุดรถและลดกระจกลงพูดคุยกับชายวัยกลางคนที่ยืนถือป้ายร้องเรียน โดยมีข้อความเรียกร้องให้ดำเนินการกับผู้กระทำผิดทุจริต

นายอนุทินได้สอบถามว่า ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนแล้วหรือไม่ ชายคนดังกล่าวตอบว่า “ยื่นแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้า” นายอนุทินจึงกล่าวตอบว่า “ยืนทั้งวันแบบนี้ กลัวจะเป็นลมเป็นแล้งหรือไม่” ซึ่งชายคนดังกล่าวตอบว่า “ยืนทุกวัน เพราะต้องการความเป็นธรรม เนื่องจากชาวบ้านเดือดร้อน”

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ขับรถออกจากพื้นที่ต่อไป