สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงมาลาโบ ประเทศอิเควทอเรียลกินี เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ว่า สำหรับประเทศที่มีประชากรประมาณ 1.4 ล้านคน ซึ่งแยกจากแผ่นดินใหญ่บนชายฝั่งแอฟริกากลางและเกาะในอ่าวกินี อิเควทอเรียลกินี มีประวัติที่ไม่ดีในด้านสิทธิมนุษยชน โดยกลุ่มรณรงค์หลายกลุ่มและชาติมหาอำนาจต่างประเทศกล่าวหารัฐบาลของโอเบียงเกี่ยวกับเรื่องการทรมาน, การคุมขังโดยพลการ และการพิจารณาคดีแบบอำพราง

อนึ่ง องค์การนิรโทษกรรมสากล “แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล” ระบุว่า การประหารชีวิตครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในประเทศขนาดเล็กแห่งนี้ในปี 2557 ขณะที่ โอเบียง กล่าวเมื่อปี 2562 ว่า เขาจะเสนอกฎหมายเพื่อยกเลิกโทษประหารชีวิต

แม้กฎหมายอาญาฉบับใหม่จะมีการระบุวันที่ 17 ส.ค. แต่จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ภายใน 90 วัน หลังมีการเผยแพร่ลงในราชกิจจานุเบกษา

ขณะที่ นายเตโอโดโร อึงเกมา โอเบียง มันเก รองประธานาธิบดีอิเควทอเรียลกินี และเป็นบุตรชายของโอเบียง กล่าวถึงการยกเลิกโทษประหารชีวิตดังกล่าวว่า เป็น “เหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ และเรื่องที่น่าจดจำ”

ทั้งนี้ ตามข้อมูลของ “สตาติสตา” หน่วยงานผู้ให้บริการข้อมูล การตัดสินโทษประหารชีวิตยังคงเป็นเรื่องถูกกฎหมายในหลายประเทศของภูมิภาคแอฟริกากว่า 30 ประเทศ แต่มากกว่า 20 ประเทศในกลุ่มประเทศข้างต้น ไม่มีการตัดสินโทษประหารชีวิตมาอย่างน้อย 10 ปีแล้ว.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES