เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดระยอง ว่าที่ ร.ต.พิรุณ เหมะรักษ์ รอง ผวจ.ระยอง เป็นประธานเปิดงาน “ยกระดับ SMEs ระยอง สู่ความยั่งยืน” ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเนินสว่าง มีนายสุพจน์ ต่ออาจหาญ ปลัดจังหวัดระยอง นายพิสัณห์ เนื่องจำนงค์ คลังจังหวัดระยอง นายลิขิต สกูลหรัง ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตด้านแผนและวิชาการการยางแห่งประเทศไทย นายสงวน แสงวงศ์กิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง น.ส.ศันสนีย์ เจริญรมย์ ประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านเนินสว่าง และภาคเอกชน เข้าร่วม

ภายในงานมีการเปิดตัวแบรนด์ “พารารักษา” อย่างเป็นทางการ พร้อมจัดบูธแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์และความเป็นมาของแบรนด์ “ไก่กา” (KaiKa) และ “พารารักษา” (Pararaksa) ของวิสาหกิจชุมชนบ้านเนินสว่าง โดยการยกระดับ SMEs ระยองดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างโอกาสในการจำหน่ายสินค้า เพื่อให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น และอยู่ได้อย่างยั่งยืน

นายพิสัณห์ คลังจังหวัดระยอง กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อประเทศหนักในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การแพร่ระบาดอย่างรุนแรงและต่อเนื่องได้ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เป็นอย่างมาก คณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัด (คบจ.) ระยอง จึงได้ลงพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหา ความต้องการ และวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ดังกล่าวของวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ จำนวน 5 แห่ง รวมทั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเนินสว่าง ต.บางบุตร อ.บ้านค่ายด้วย พบว่าสินค้าที่ผลิตออกมา ประสบปัญหาในการจัดจำหน่ายซึ่งส่งผลกระทบต่อวิสาหกิจชุมชนเป็นอย่างมาก

คณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัด (คบจ.) ระยอง ได้เล็งเห็นความสำคัญในการเร่งแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จังหวัดระยอง จึงได้จัดทำโครงการ “ยกระดับ SMEs ระยอง สู่ความยั่งยืน” ดังกล่าวขึ้น เพื่อส่งเสริมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเนินสว่าง โดยการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์คลิปนำเสนอแบรนด์ ไวรัลคลิป เซลเพจ และสื่อออนไลน์ Tiktok รวมถึงการจัดกิจกรรมในวันนี้ โดยมุ่งหวังให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถดำเนินธุรกิจท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ อันจะส่งผลให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในภาพรวมของจังหวัดระยอง และประเทศไทย

ด้าน น.ส.ศันสนีย์ เจริญรมย์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเนินสว่าง กล่าวว่า แผนการตลาด และงบประมาณได้รับการสนับสนุนจากคลังจังหวัดระยอง และหน่วยงานต่างๆ ที่ช่วยผลักดันโดยทางกลุ่มวิสาหกิจบ้านเนินสว่าง ตั้งเป้าวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศเพิ่มขึ้น และตั้งเป้ารายได้ปีนี้อยู่ที่ 40 ล้านบาท หากทำได้บ้านเนินสว่าง จะเป็นกลุ่มเกษตรกรตัวอย่างที่ทำให้เกษตรกรชาวยางไม่ต้องไปประท้วงเรื่องราคายางตกต่ำ โดยสามารถแปรรูป และหาตลาดจำหน่ายเองได้ สามารถที่จะยืนหยัดด้วยตัวเองได้อย่างยั่งยืน