สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ว่า นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศรัสเซีย กล่าวต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) ซึ่งประชุมเกี่ยวกับยูเครนเป็นครั้งที่ 20 แล้ว นับตั้งแต่สงครามปะทุ เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมาว่า ยูเครนยังคงข่มขู่คุกคามความมั่นคงของรัสเซีย สิทธิและเสรีภาพของพลเมืองซึ่งพูดภาษารัสเซียในยูเครน ดังนั้น ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียจึงต้องเกิดขึ้น “อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”


ขณะที่ นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวต่อที่ประชุมว่า รัฐบาลวอชิงตันจะเดินหน้ามอบความสนับสนุนให้แก่ยูเครนต่อไป แม้ลาฟรอฟกล่าวเตือนด้วยว่า ประเทศที่ดำเนินการเช่นนี้ถือเป็นผู้สนับสนุนสงครามเช่นกัน แต่รูปแบบของการส่งเสริมและปลุกระดมโดยตะวันตกเช่นนี้กลับยังไม่ได้รับการลงโทษ

รถยนต์ติดแผ่นป้ายทะเบียนรัสเซียต่อแถวที่ด่านในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เพื่อข้ามไปยังฟินแลนด์


ด้าน นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า การเกิดความขัดแย้งเรื่องนิวเคลียร์ “เป็นสิ่งที่ไม่อาจรับได้อย่างร้ายแรง” และ “แผนการจัดการลงประชามติ” เป็นเรื่องที่ “น่าวิตกกังวลอย่างมาก” ทั้งนี้ พื้นที่ขัดแย้ง 4 เขตในยูเครน ได้แก่ โดเนตสก์ ลูฮันสก์ เคียร์ซอน และซาโปริชเชีย เตรียมจัดการลงประชามติเพื่อเข้าร่วมกับรัสเซีย ระหว่างวันที่ 23-27 ก.ย. นี้


ในเวลาเดียวกัน มีรายงานว่า ชาวรัสเซียจำนวนไม่น้อยหลั่งไหลเดินทางออกต่างประเทศ หลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ประกาศการเตรียมระดมกำลังทหารกองหนุน 300,000 นาย เพื่อเข้าร่วมในสมรภูมิยูเครน โดยจะเน้นผู้ที่มีประสบการณ์มาแล้ว นอกจากนี้ เกิดการประท้วงต่อต้านการเกณฑ์กำลังพลกองหนุนในอย่างน้อย 38 เมืองของรัสเซีย เมื่อวันพุธที่ผ่านมา มีผู้ถูกจับกุมรวมกันมากกว่า 1,300 คน.

เครดิตภาพ : REUTERS