สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ว่า นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศรัสเซีย กล่าวต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) ซึ่งประชุมเกี่ยวกับยูเครนเป็นครั้งที่ 20 แล้ว นับตั้งแต่สงครามปะทุ เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมาว่า ยูเครนยังคงข่มขู่คุกคามความมั่นคงของรัสเซีย สิทธิและเสรีภาพของพลเมืองซึ่งพูดภาษารัสเซียในยูเครน ดังนั้น ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียจึงต้องเกิดขึ้น “อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
World leaders at the United Nations called for Moscow to be held accountable for human rights violations in Ukraine as Russian Foreign Minister Sergei Lavrov defended Moscow's war https://t.co/LL24jwtIgE pic.twitter.com/Iq7S4DiZa2
— Reuters (@Reuters) September 22, 2022
ขณะที่ นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวต่อที่ประชุมว่า รัฐบาลวอชิงตันจะเดินหน้ามอบความสนับสนุนให้แก่ยูเครนต่อไป แม้ลาฟรอฟกล่าวเตือนด้วยว่า ประเทศที่ดำเนินการเช่นนี้ถือเป็นผู้สนับสนุนสงครามเช่นกัน แต่รูปแบบของการส่งเสริมและปลุกระดมโดยตะวันตกเช่นนี้กลับยังไม่ได้รับการลงโทษ

ด้าน นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า การเกิดความขัดแย้งเรื่องนิวเคลียร์ “เป็นสิ่งที่ไม่อาจรับได้อย่างร้ายแรง” และ “แผนการจัดการลงประชามติ” เป็นเรื่องที่ “น่าวิตกกังวลอย่างมาก” ทั้งนี้ พื้นที่ขัดแย้ง 4 เขตในยูเครน ได้แก่ โดเนตสก์ ลูฮันสก์ เคียร์ซอน และซาโปริชเชีย เตรียมจัดการลงประชามติเพื่อเข้าร่วมกับรัสเซีย ระหว่างวันที่ 23-27 ก.ย. นี้
ในเวลาเดียวกัน มีรายงานว่า ชาวรัสเซียจำนวนไม่น้อยหลั่งไหลเดินทางออกต่างประเทศ หลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ประกาศการเตรียมระดมกำลังทหารกองหนุน 300,000 นาย เพื่อเข้าร่วมในสมรภูมิยูเครน โดยจะเน้นผู้ที่มีประสบการณ์มาแล้ว นอกจากนี้ เกิดการประท้วงต่อต้านการเกณฑ์กำลังพลกองหนุนในอย่างน้อย 38 เมืองของรัสเซีย เมื่อวันพุธที่ผ่านมา มีผู้ถูกจับกุมรวมกันมากกว่า 1,300 คน.
เครดิตภาพ : REUTERS



