เรียกได้ว่าเป็นเวทีแฟชั่นที่หลายให้ความสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับเวทีแฟชั่น “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2022” หรือ BIFW 2022 ที่เปิดแกรนด์รันเวย์โชว์ศักยภาพความสร้างสรรค์จาก 15 สุดยอดดีไซเนอร์ไทย และดีไซเนอร์รุ่นใหม่มาแรง พร้อมส่งเสริมและประกาศศักยภาพแฟชั่นไทยสู่สากล ต่อยอดยุทธศาสตร์ภาครัฐในการผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย ซึ่งถือเป็น Soft Power อันทรงพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยงานจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 21-25 กันยายน 2565 ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน
ซึ่งแต่ละแบรนด์ต่างเตรียมผลงานคอลเลกชั่นสุดพิเศษมาเปิดตัวที่เวทีแฟชั่นแห่งนี้เป็นครั้งแรก โดยมีเหล่านางแบบ นายแบบ ชั้นนำ ร่วมด้วยศิลปินดาราแถวหน้าร่วมงานตลอดแฟชั่นวีค โดยแบรนด์ “KLOSET” ของดีไซเนอร์ดัง “มลลิกา เรืองกฤตยา” และ “ณัฐ มั่งคั่ง” บนเวทีครั้งนี้มาในคอนเซปต์ “BORN THIS WAY” แสดงตัวตนของผู้หญิงที่มีความกล้าเเสดงออก ซ่อนความเซ็กซี่เเละพร้อมที่จะเผยผิวในส่วนที่ควรจะเผย ซึ่งปีนี้นับว่าเป็นการครบรอบปีที่ 20 ของแบรนด์ที่ยังคงสร้างสรรค์และสานต่อความสนุกสำหรับสาวช่วงอายุวัย 20 นำมาเผยเสน่ห์ในโชว์ในครั้งนี้


พร้อมที่จะเดินอย่างมั่นใจไปกับเสื้อผ้าที่รังสรรค์โดยวัสดุที่มอบความพิเศษ แต่ยังเน้นซิลลูเอตที่คงความคลาสสิก สามารถสวมใส่ได้ทุกวัน โดยเลือกใช้สีโทนเข้ม เช่น สีกรมท่าเเละสีดำ สะท้อนถึงความทะมัดทะแมง และเพิ่มความเฉิดฉายอย่างมั่นใจด้วยสีสว่าง เช่น สีชมพู เเละสีฟ้า โดยเทคนิคการประดับเพชรและคริสตัลในครั้งนี้ Kloset เลือกปักทับลงบนผ้าไหมเปลือกทอมืออย่างประณีต มาพร้อมลายพรินท์ดอกกุหลาบที่แบ่งออกเป็น 2 โทนสี ผสมผสานโทนสีดำม่วง ที่แสดงถึงความทะมัดทะแมง ตัดกันกับโทนสีสดใส ที่แสดงถึงความเฟมินีนออกมาได้อย่างลงตัว


โดยจุดเด่นและความพิเศษของคอลเลกชั่นนี้คือ การเลือกเนื้อผ้าที่สื่อถึงความโฉบเฉี่ยวสะดุดตาของนางแบบบนเวทีลงบนซิลลูเอตที่เย้ายวน แต่ยังแฝงความแข็งแกร่ง และความน่าตื่นเต้นที่จะเกิดขึ้นเมื่อเสื้อผ้ากระทบกับแสงไฟบนเวทีอีกด้วย
ส่วนที่หนึ่งแบรนด์แฟชั่นไทยสุดเท่อย่าง “VVON SUGUNNASIL” ของดีไซเนอร์มือทอง “ทัตวร สุกัณศีล” ที่มาพร้อมกับการเผยโฉมคอลเลกชั่น Fall/Winter 2022 กับคอนเซปต์ “Constant VVON SUGUNNASIL” บอกเล่าเรื่องราวของการสลับเวลาจากช่วงกลางวันเป็นกลางคืน เน้นการออกแบบผ่านมุมมองการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป และไลฟ์สไตล์ของผู้คนในรูปแบบใหม่ แต่ยังคงกลิ่นอายความเป็นการตัดเย็บเสื้อผ้าแบบเทเลอร์ (Tailor) ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน



โดยโทนสีที่ใช้จะแสดงถึงความเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความหรูหรามีระดับของมนต์เสน่ห์ในยามค่ำคืน โดยในคอลเลกชั่นนี้จะมุ่งเน้นโทนสีที่แสดงอารมณ์ของเวลาในรูปแบบต่างๆ โดยการใช้โทนสีสว่างแทนช่วงเวลาเช้า (Simplicity) และไล่เรียงไปถึงโทนเข้มในเวลากลางคืน (Elegant) ผสมผสานกับผ้าวูล (Wool) ที่บอกเล่าเรื่องราวการตัดเย็บเสื้อผ้าแบบเทเลอร์ได้อย่างลงตัว


ส่วนจุดเด่นและความพิเศษของคอลเลกชั่นที่นำเสนอและยังคงนำเสนอตัวตนผ่านโครงสร้าง และการตัดเย็บที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะ นำมาผสมผสานกับความเรียบง่ายในรูปแบบ Ready-to-wear ที่แสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถัน ใส่ได้ ทุกโอกาส และตอบสนองความต้องการของผู้ชื่นชอบแฟชั่นได้อย่างชัดเจน..





























