เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ประชาชนในหลากหลายอาชีพได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก โดยที่ จ.ชัยนาท มีสาวประกอบอาชีพแม่ค้าขายอาหารภายในโรงเรียน ได้ผันตัวมาประกอบอาชีพเสริมด้วยการเลี้ยงด้วงสาคู เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว เนื่องจากสภาวะของโรคระบาดทำให้ก่อนหน้านี้โรงเรียนได้ปิดทำการเรียนการสอนจึงไม่สามารถขายอาหารได้ และมีรายได้มาเลี้ยงครอบครัวได้

นางวรรณชนก ใจยสิทธิ อายุ 48 ปี เจ้าของฟาร์มด้วงเจ้าดุ๊กดิ๊ก ตั้งอยู่ 199 หมู่ 7 ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.ชัยนาท เล่าว่า เดิมทีประกอบอาชีพขายอาหารให้กับเด็กนักเรียน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้ประสบปัญหาของการแพร่ระบาดจากเชื้อโควิด-19 โรงเรียนจึงหยุดทำการเรียนการสอน ไม่สามารถจะขายอาหารให้กับนักเรียนได้ จึงคิดหาอาชีพเสริมในช่วงนั้น และได้มีคนรู้จักชักชวนให้เลี้ยงด้วงสาคู เพื่อทำเป็นอาชีพเสริม ภายหลังได้ทำการศึกษาค้นคว้าจากยูทูบ และฟาร์มอื่นๆ อยู่นาน ลองผิดลองถูกในเลี้ยงอยู่นานเกือบปี จนมาเข้าที่เข้าทางเมื่อประมาณ 5 เดือนก่อน สำหรับการเลี้ยงด้วงสาคูนั้นตนเองได้ซื้อพ่อ-แม่พันธุ์ มาจากทางภาคใต้ และมาทำการเพาะเลี้ยงในกะละมัง แรกเริ่มเลี้ยงไม่กี่สิบกะละมัง ปัจจุบันได้มองช่องทางการตลาดแล้ว และเห็นว่าตลาดของด้วงสาคูนั้นสามารถไปต่อได้ จึงได้ทำการขยายการเลี้ยงเพิ่มขึ้น ปัจจุบันฟาร์มของตนมีการเพาะเลี้ยงด้วงสาคูมากกว่า 600 กะละมัง ซึ่งรายได้ต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 4-5 หมื่นบาท

มองว่าการเลี้ยงด้วงสาคูนั้นไม่ได้มีวิธีการยุ่งยากอะไรมาก มีแต่เพียงการให้อาหาร ที่ต้องใช้คนช่วยยกช่วยไถ่ตัวด้วงสาคู เท่านั้น ตอนนี้คนในครอบครัวก็ต่างเห็นว่าธุรกิจการเลี้ยงด้วงสาคูนี้ไม่ใช่อาชีพเสริมอีกต่อไป ถือว่าเป็นอาชีพหลักในครอบครัว สำหรับตัวด้วงสาคู หลายคนจะมองว่าไม่ค่อยน่ากินเนื่องจากตัวใหญ่ แต่หลายคนที่ไม่เคยกินมาก่อนพอได้มาลองกินต่างก็ติดใจในรสชาติ สำหรับที่ฟาร์มตอนนี้จำหน่าย ประเภทด้วงแบบฟรีซแข็ง ทางฟาร์มจำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ 189 บาท ส่วนตัวสดเพื่อนำไปให้สัตว์เลี้ยงที่กินแมลง จะจำหน่ายอยู่ที่เซตละ 59 บาท สำหรับผู้ที่สนใจจะสั่งซื้อตัวด้วงสาคู ก็สามารถติดต่อได้ที่ทางเพจ “ฟาร์มด้วงเจ้าดุ๊กดิ๊ก”