เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ที่รัฐสภา นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม โดยมีวาระการประชุมเพื่อหารือรายละเอียดของแนวทางการหาเสียงเลือกตั้งของส.ส.ในช่วงระยะเวลา 180 วัน ก่อนวันครบอายุสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 23 มี.ค.66 โดย ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาฯ กกต. ในฐานะตัวแทนจาก กกต.เข้าชี้แจง และมีตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆเข้าร่วมรับฟัง
สำหรับบรรยากาศในห้องประชุม มีการซักถาม กกต.หลายประเด็น อาทิ นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) มีข้อสงสัยว่า การคิดคำนวณค่าใช้จ่ายตามระเบียบของ กกต. ได้ยึดตามช่วง 180 วันก่อนครบอายุสภา ในวันที่ 23 มี.ค. 66 แต่หากมีการยุบสภาเกิดขึ้นก่อน ต้องเริ่มต้นคิดคำนวณค่าใช้จ่ายอย่างไร และในช่วงเวลานี้ ร่างกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นปัญหาต่อการคำนวณค่าใช้จ่ายหรือไม่ รวมถึงมีการตั้งข้อสังเกตถึงเอกสารชี้แจงรายละเอียดของ กกต.ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมาว่า แม้จะมีรายละเอียดครบถ้วนจริง แต่ไม่มีการลงนามรับรองตามกฎหมายจึงไม่มั่นใจว่า จะสามารถนำไปใช้อ้างอิงได้จริงหรือไม่
ร.ต.อ.ชนินทร์ ชี้แจงว่า หากยุบสภาก่อน ส่งผลให้กรอบระเบียบเดิมต้องยกเลิกและใช้กรอบใหม่ ซึ่งต้องมีการหารือกันอีกหลายรอบแต่ถ้าท่านทำผิดต้องรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ขณะที่ น.ส.นภาพร เพ็ชรจินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย สอบถามถึงการไปร่วมงานศพ สามารถให้พวงหรีดได้หรือไม่ เพราะเหตุใดไม่สามารถมอบผ้าและพัดลมได้ และการหาเสียงทางโซเชียลมีเดีย กกต.จะมีวิธีการคิดค่าใช้จ่ายอย่างไร
ร.ต.อ.ชนินทร์ ชี้แจงว่า หากไปร่วมงานศพสามารถให้พวงหรีดที่เป็นดอกไม้สดได้ เนื่องจาก กกต.มองว่าเป็นการคารวะศพ แต่อย่างอื่นมองว่าเป็นสิ่งของ ซึ่งการให้พวงหรีดที่เป็นดอกไม้สดจะได้บุญมากกว่า สำหรับการหาเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ถ้ามีค่าใช้จ่ายให้นำมารวมในค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง หรืออย่างกรณีที่มีแฟนคลับมาช่วยหาเสียงในโซเชียลหากเกิน 10,000 บาท ให้นำมาแจ้งกับพรรคการเมืองเพื่อคิดเป็นค่าใช้จ่ายหาเสียงเลือกตั้งด้วยเช่นกัน ส่วนวิธีการตรวจสอบนั้น หากมีการร้องเรียนเกิดขึ้น กกต.ต้องพิสูจน์สำหรับข้อความในป้ายหาเสียง สามารถใส่ได้ทั้งชื่อผู้สมัคร เบอร์โทรศัพท์ นโยบายพรรค สโลแกน และให้ระวังเรื่องการใส่ร้ายป้ายสีบุคคลอื่น.



