สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ว่า นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวถึงสถานการณ์ “รอยรั่วปริศนา 3 จุด” ซึ่งเป็นผลจาก “การโจมตี” ท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม 1 และ 2 ซึ่งเป็นเส้นทางส่งก๊าซสายสำคัญที่เชื่อมระหว่างรัสเซียกับยุโรป ว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาใหญ่กับรัสเซียเช่นกัน เนื่องจากท่อส่งทั้งสองระบบมีก๊าซธรรมชาติ “ซึ่งเป็นเงินเป็นทองทั้งนั้น” แต่ตอนนี้ก๊าซทั้งหมดสลายไปกับอากาศแล้ว และความมั่นคงด้านพลังงานของยุโรปอาจได้รับผลกระทบ
The Danish military has released volatile footage of a mysterious, frothing disturbance in the Baltic Sea in the vicinity of the Nordstream pipelines pic.twitter.com/vsHtHDUQHT
— Jack Posobiec XLV (@JackPosobiec) September 27, 2022
เกี่ยวกับการที่ประเทศตะวันตกบางแห่งกล่าวว่า รัสเซียอยู่เบื้องหลัง “การก่อวินาศกรรม” เปสคอฟกล่าวว่า “การกล่าวหางี่เง่าเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย” แต่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องของรัสเซียไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เนื่องจากกำลังมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขสถานการณ์ให้คลี่คลายเร็วที่สุด และสำนักงานความมั่นคงแห่งรัฐ ( เอฟเอสบี ) ร่วมสอบสวนเรื่องนี้ด้วย
Russia has a long history of spreading disinformation—and is doing it again regarding the Nord Stream 1 and 2 pipelines. @StateDeptSpox responded clearly to this disinformation during today’s press briefing. pic.twitter.com/YzcBW3n84M
— Department of State (@StateDept) September 28, 2022
ขณะเดียวกัน โฆษกทำเนียบเครมลิน “ตั้งข้อสังเกต” เกี่ยวกับการที่บริษัทก๊าซธรรมชาติเหลว ( แอลเอ็นจี ) หลายแห่งของสหรัฐ มีผลกำไรเพิ่มขึ้น “แบบพุ่งกระฉูดอย่างฉับพลัน” จากการเดินหน้าส่งแอลเอ็นจีเข้าสู่ยุโรป
Kremlin says Nord Stream explosions ‘a big problem for Russia’
— RT (@RT_com) September 28, 2022
Damage to the natural gas pipelines will bring nothing but ruin for both Russia and EU, says spokesperson Dmitry Peskovhttps://t.co/7msjJD3Ay7 pic.twitter.com/eF1SdKS0kf
ทั้งนี้ สหรัฐและสหภาพยุโรป ( อียู ) บรรลุข้อตกลงร่วมกัน เมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการที่สหรัฐจะทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาแอลเอ็นจีให้แก่ยุโรป เพิ่มเติมอย่างน้อย 15,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ภายในสิ้นปีนี้ และเป้าหมายระยะยาวของข้อตกลงจนถึงปี 2573 คือการที่สหรัฐต้องส่งแอลเอ็นจีให้แก่ยุโรป ในปริมาณปีละประมาณ 50,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
อนึ่ง เดนมาร์ก สวีเดน และเยอรมนี รายงานการพบรอยรั่วที่ท่อนอร์ดสตรีมทั้ง 1 และ 2 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังพบฟองอากาศผุดขึ้นเหนือผิวน้ำ ซึ่งมีรัศมีกว้างประมาณ 1 กิโลเมตร และมีการเกิดเสียงดัง “ที่ไม่ใช่แผ่นดินไหว”
นอกจากนั้น หลายฝ่ายกังวลเรื่องการรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติจากในท่อ ซึ่งมีส่วนประกอบของมีเทน ที่เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเกิดภาวะโลกร้อน และอาจก่อให้เกิดหายนะทางสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ขณะที่รัฐบาลเดนมาร์กออกแถลงการณ์เพิ่มเติมว่า การที่พื้นผิวน้ำทะเลในบริเวณนั้นอาจเต็มไปด้วยก๊าซมีเทน อาจส่งผลกระทบต่อการทรงตัวของเรือได้.
เครดิตภาพ : REUTERS



