สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ว่า ทำเนียบขาวเผยแพร่เอกสารความยาว 42 หน้า เป็นแผนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงอย่างเป็นทางการ ฉบับแรก ในยุครัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐคนปัจจุบัน
เดิมทีรัฐบาลวอชิงตันมีแผนออกเอกสารฉบับดังกล่าว ตั้งแต่เดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว แต่ตัดสินใจเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากในเวลานั้นมี “สัญญาณเตือนทางทหารที่ชัดเจนมากขึ้น” ว่ารัสเซียเตรียมเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารต่อยูเครน
ทั้งนี้ รัสเซียและจีนยังคงถือเป็นความท้าทายสำหรับสหรัฐ “แต่ในระดับแตกต่างกัน” โดยรัฐบาลมอสโกถือเป็น “อันตรายจวนตัว” หรือ “ภัยคุกคามซึ่งหน้า” ที่มีต่อระเบียบโลกซึ่งมีความเป็นเสรีและเปิดกว้าง ชัดเจนจากการเป็นประเทศที่ก่อสงครามในยูเครน
Today @POTUS and the @WhiteHouse released the U.S. National Security Strategy, which outlines how the United States will advance our vital interests and pursue a free, open, prosperous, and secure world. Read the full strategy: https://t.co/Yl9xaTMrrA
— Department of State (@StateDept) October 12, 2022
ขณะที่จีน “คือคู่แข่งขันเพียงหนึ่งเดียว” ที่มีเจตนาชัดเจนว่า ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับระเบียบโลกซึ่งกำลังดำเนินอยู่ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ การเมืองและการทูต การทหาร และอำนาจทางเทคโนโลยี เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย สหรัฐจะร่วมแข่งขันในทุกสมรภูมิดังกล่าวกับจีน แต่ในเวลาเดียวกันพร้อมร่วมมือกับอีกฝ่ายในด้านการพัฒนาที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้กับความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก และภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ
โดยสรุปแล้ว รัฐบาลไบเดนให้ความสำคัญกับ 3 มิติ ได้แก่ การพัฒนาอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีจากผู้ผลิตภายในประเทศ การส่งเสริมกรอบความร่วมมือพหุภาคี รวมถึงองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) และการลงทุน “เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางทหารของสหรัฐให้ทันสมัยยิ่งขึ้น”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



