สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ว่า บทลงโทษดังกล่าวเกิดขึ้นหลังรัฐบาลปารีสถูกสั่งปรับเป็นเงินจำนวน 10 ล้านยูโร จากศาลแห่งเดียวกัน และด้วยเหตุผลเดียวกันเมื่อปี 2564 ซึ่งผ่านมาแล้ว 5 ปี หลังศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้รัฐบาลลดระดับก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ และฝุ่นละเอียดในพื้นที่หลายสิบแห่ง เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานยุโรป

“จนถึงทุกวันนี้ มาตรการต่าง ๆ ซึ่งดำเนินการโดยรัฐ ไม่ได้รับประกันว่า คุณภาพอากาศจะดีขึ้นมากพอ ที่จะเคารพเกณฑ์มลพิษอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” ศาลปกครองสูงสุดของฝรั่งเศส กล่าวเพิ่มเติมในแถลงการณ์ว่า เงินปรับข้างต้นจะเข้ากลุ่มสิ่งแวดล้อมที่ยื่นคดีนี้

นอกจากนี้ ศาลกล่าวเสริมว่า แม้มีการปรับปรุงบางอย่างแล้ว แต่ 4 พื้นที่ยังมีความเสี่ยงอย่างเป็นพิเศษอยู่ ได้แก่ เมืองตูลูส, กรุงปารีส, เมืองลียง และเมืองเอกซ์-มาร์แซย์ อีกทั้งฝรั่งเศสยังเป็นหนึ่งในหลายประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป (อียู) ที่ศาลฎีกาของอียูพบว่า ละเมิดมาตรฐานคุณภาพอากาศของกลุ่มประเทศอียูในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาด้วย

ขณะที่นายคริสตอฟ เบชู รมว.สิ่งแวดล้อมฝรั่งเศส ยอมรับคำตัดสินของศาลในแถลงการณ์ และกล่าวว่า เขาจะเข้าพบเจ้าหน้าที่จากเมืองซึ่งมีมลพิษมากที่สุดของประเทศ เพื่อหารือกันในอนาคต.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES