สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวเมื่อวันอังคาร ว่า กรุงเคียฟและเมืองใหญ่อีกหลายแห่ง ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีอย่างหนักหน่วงโดยกองทัพรัสเซีย หลังปฏิบัติการทางทหารอย่างหนักหน่วงของรัสเซีย ต่อกลุ่มเป้าหมายเดิม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย


ต่อมา ทำเนียบประธานาธิบดียูเครนรายงานข้อมูลเพิ่มเติมว่า การโจมตีของกองทัพรัสเซียในวันอังคาร สร้างความเสียหายอย่างหนัก ให้กับระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าและน้ำประปา ในเมืองซิโตเมียร์ หนึ่งในเมืองใหญ่ทางตะวันตกของประเทศ ซึ่งมีประชากรประมาณ 263,000 คน

ประชาชนตรวจสอบความเสียหายของบ้านเรือน ในเมืองมิโคลาอิฟ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการโจมตีโดยกองทัพรัสเซีย


ในเวลาเดียวกัน ทางการเมืองดนิโปร ซึ่งมีประชากรเกือบ 1 ล้านคน และตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน รายงานว่า โครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับการผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีทางทหารของรัสเซีย นอกจากนี้ มีรายงานการพยายามโจมตีระบบจ่ายกระแสไฟฟ้า ในเมืองคาร์คิฟ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสอง ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครนด้วย

ประชาชนในกรุงเคียฟ มองซากโดรนกามิกาเซ่ลำหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่กั้นเป็นพื้นที่หวงห้าม


ทั้งนี้ ยูเครนและสหรัฐ ตลอดจนพันธมิตรตะวันตก ยังคงเดินหน้ากล่าวหารัสเซีย ว่าได้รับความสนับสนุน “โดรนกามิกาเซ่” จากอิหร่าน ด้านรัฐบาลเตหะรานยืนกรานปฏิเสธ ขณะที่นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวถึงเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ว่าอาวุธที่กองทัพรัสเซียใช้ปฏิบัติการในยูเครน “เป็นอาวุธที่ตั้งชื่อตามระบบของรัสเซียเท่านั้น”.

เครดิตภาพ : REUTERS