นายชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค กล่าวว่า ในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2565 เศรษฐกิจระดับมหภาคของประเทศไทย ยังคงฟื้นตัวอย่างช้า ๆ ท่ามกลางความท้าทายต่าง ๆ จากปัจจัยภายนอก ทั้งนี้ ประเทศไทยเห็นการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวและแรงงานต่างด้าวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนสินค้าและบริการเพิ่มสูงขึ้น และทำให้ความสามารถในการใช้จ่ายของลูกค้าลดลง รวมทั้งการแข่งขันในธุรกิจโทรคมนาคมในไตรมาสนี้ยังคงมีความเข้มข้น แม้จะมีความท้าทายจากปัจจัยภายนอกเช่นนี้ ดีแทคยังคงยึดมั่นให้ความสำคัญและเดินหน้าตามกลยุทธ์ของบริษัท และส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
จากการที่ดีแทคบรรลุเป้าหมายในการขยายเครือข่าย 5G ให้ครอบคลุมทั้งหมด 77 จังหวัดภายในครึ่งปีแรก บริษัทยังคงมุ่งเน้นการเร่งขยายเครือข่าย 5G อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเพิ่มประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า โดยมีการติดตั้งสถานีฐานบนเครือข่าย 5G เพิ่มขึ้นประมาณ 600 สถานีฐานในไตรมาสนี้ และมีการติดตั้งสถานีฐานบนคลื่นย่านความถี่ต่ำเพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 สถานีฐาน ทำให้มีสถานีฐานบนเครือข่าย 700 MHz ที่ได้รับการติดตั้งแล้วจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 18,800 สถานีฐาน คะแนนความพึงพอใจที่มีต่อเครือข่ายสุทธิของดีแทค มีการปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน รวมทั้งมีการร้องเรียนเกี่ยวกับเครือข่ายที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และมีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น 775,000 ราย ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2565
ณ สิ้นไตรมาสที่ 3/65 ดีแทคมีจำนวนผู้ใช้บริการทั้งหมดอยู่ที่ 21.1 ล้านราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.8 จากไตรมาสก่อน รายได้ค่าบริการไม่รวม IC คงตัวจากไตรมาสก่อน แต่ลดลงร้อยละ 0.3 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากการลดลงของรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย EBITDA สำหรับไตรมาส 3/65 อยู่ที่ 7,177 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 13.4 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 3.6 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมี EBITDA margin (normalized) แข็งแกร่งอยู่ที่ร้อยละ 43.8 ในไตรมาสที่ 3/65 และมีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาสที่ 3 ของปี 2565 อยู่ที่ 488 ล้านบาท



