เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์ประจำภาควิชาอาจารย์ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เกี่ยวกับประเด็น “Saveทับลาน” ว่า ขณะนี้มีคนออกมาใช้คำว่า “Saveทับลาน” แต่กลับไม่มีการเอาข้อเท็จจริงในพื้นที่มาพูด ซึ่งทำให้เกิดการชี้นำต่อสังคมในทางที่ผิด มีผลกระทบต่อชาวบ้านที่ถูกลิดรอนสิทธิที่ทับลาน ในกรณีทับลานเห็นได้อย่างชัดเจนมีทั้งหมด 5 กลุ่ม คือ
1.กลุ่มที่อยู่มาก่อน คือเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. ประกาศพื้นที่ ส.ป.ก. ก่อนที่จะประกาศอุทยานแห่งชาติ
2.กลุ่มหมู่บ้านความมั่นคงของทหารที่อยู่มาก่อนประกาศเป็นพื้นที่อุทาน
3.เป็นพื้นที่ที่มีรัฐบาลจัดสรรให้กับชาวบ้านที่ถูกอพยพจากพื้นที่ป่าเพราะว่าเป็นป่าเสื่อมโทรมภายใต้โครงการจัดสรรที่ดินที่ดินทำกินสมัยรัฐบาล คสช.
4.กลุ่มที่จะต้องไปพิสูจน์ว่าอยู่ในพื้นที่ ส.ป.ก. หรือ พื้นที่ความมั่นคง และอยู่มาก่อนหรือมาอยู่ทีหลัง
5.พื้นที่ของราชพัสดุ บริเวณนี้ต้องที่อนุญาตให้ทหารใช้ซึ่งประเกาศเขตราชพัสดุ ก่อนประกาศอุทยานแห่งชาติ
ทั้งนี้ การประกาศอุทยานแห่งชาติ 2524 เป็นการปประกาศแบบเหวี่ยงแห โดยการขีดเส้นอุทยานบนแผนที่โดยไม่สำรวจจริง และอธิบดีในขณะนั้นคิดว่าประกาศไปก่อน ทำแบบนี้ถึงจะได้อุทยานแห่งชาติ แล้วใครที่อยู่ในเขตค่อยมาร้องเรียนและเพิกถอน จุดนี้ถือเป็นความผิดพลาดของรัฐ ไม่ได้เป็นความผิดของชาวบ้าน เราควรเคารพข้อเท็จจริง คือชาวบ้านถูกละเมิดสิทธิ

เมื่อชาวบ้านถูกละเมิดสิทธิ มีความชอบธรรมที่จะคืนสิทธิให้กับาวบ้าน ตนพูดมาทั้งหมดซึ่งเป็นมติของ คสช. ไม่ใช่ความคิดของตนเอง เราต้องเอาข้อมูลตัวนี้มาพูด สังคมถึงจะเข้าใจ ว่าทำไมเราถึงเอาพื้นที่เหล่านี้คืนให้กับชุมชน มันคือการคืนสิทธิ มันคือการคืนความมั่นคงให้กับชุมชน ซึ่งเขาทุกข์กันมา 45 ปีแล้ว นับตั้งแต่มีประกาศประกาศอุทยานแห่งชาติ ปี 2524-2525
เรื่องของทับลานนั้นมันซับซ้อน เป็นความผิดของรัฐไปประกาศอุทยานไปทับที่เต็มไปหมด แม้แต่พื้นที่ทหาร พื้นที่ราชพัสดุ ดังนั้นรัฐบาลต้องเป็นฝ่ายแก้ปัญหา กลไกล คสช. ไม่สามารถแก้ได้ในทีเดียวได้ ต้องผ่านหลายคณะกรรมการ ต้องเข้ามติ ครม. แก้ไขที่ละอย่างกันไป คิดว่ารัฐน่าจะมีทางออกให้กับชาวบ้าน การคืนสิทธิให้กับชาวบ้านมีวิธีเดียว หากบอกว่าห้ามทำอะไรเลย มองว่าทั้งหมดเป็นการเฉือนอุทยาน จึงอยากถามว่า คุณจะแก้ปัญหาให้กับคนที่เป็นทุกข์ทั้ง 97 หมู่บ้าน 4 ตำบล 2 หมื่นกว่าชีวิตได้อย่างไร

สำหรับ “อินฟลูเอนเซอร์” ทั้งหลาย ผู้เป็นบุคคลของสาธารณะทั้งหลายที่ออกมาใช้คำว่า #Saveทับลาน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาข้อเท็จจริงก่อนจะโพสต์หรือแสดงความคิดเห็น เพราะสื่อโซเชียลไปเร็วมาก โลกปัจจุบันมีหลายคนเชื่อ “อินฟลูเอนเซอร์” สามารถชี้นำไปในทางไหนก็ได้ โดยเฉพาะบุคคลที่มีภาพลักษณ์ในสังคมที่ดีเช่น “คุณอิงฟ้า” ตนอยากให้ลงพื้นที่หาข้อมูล หาข้อเท็จจริง สร้างการมีส่วนร่วมขึ้นมา อยากให้ “คุณอิงฟ้า” ไปพบชาวบ้านไปศึกษาข้อมูล ไปดูข้อเท็จจริง ฟังข้อมูลหลาย ๆ ด้านก่อน ตนคิดว่าจะเป็นมิติใหม่ในการที่สังคมจะได้ช่วยแก้ปัญหาที่เกิดจากรัฐที่สะสมมานาน

อีกประเด็นหนึ่งที่ตนคิดว่า หลายคนอาจไม่เคยรู้ เพราะนอกเหนือจากจะคืนพื้นที่ให้กับชุมชนแล้ว ชุมชนไม่ได้แยกออกไปไหน ในทางตรงกันข้าม ชุมชนเข้ารไปมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ป่า ที่ผ่านมากลุ่มชาวบ้าน คือ “กองหน้า” พวกเขาเป็นนักอนุรักษ์ตัวจริง “ทับลาน” เกิดไฟป่าหลายครั้ง พวกเขาคือกำลังหลักในการไปดับไฟ ปกป้องป่าสักทองผืนสุดท้าย ที่ผ่านมาชาวบ้านพยายามต่อต้าน “แก่งเสือเต้น” ลุกขึ้นมาสู้กับนายทุนทำไม้เถื่อน ตนอยากให้เปลี่ยนมุมมองใหม่ ๆ “ชุมชน” มีศักยภาพในการอนุรักษ์และส่งเสริมให้มีส่วนร่วมในการจัดการป่าไม้ จะเป็นการแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองได้เป็นอย่างมาก.



