ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ส.ส.เพชรบุรี เขต 1 พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบุรี นายสุเนตร สินสวัสดิ์ ประธานสภาอบจ.เพชรบุรี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปากทะเล, และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตำบลปากทะเล อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการซ่อม สร้าง เสริม การปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่น เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อมรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่
นางธิวัลรัตน์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวดำเนินการโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยได้ดำเนินการปักแนวไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่นบริเวณปากคลองปากทะเล ตำบลปากทะเล ระยะทางไม้ไผ่รวม 1,415 เมตร ระหว่างวันที่ 17 มีนาคม ถึงวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย มีวัตถุประสงค์เพื่อชะลอความรุนแรงของคลื่น ดักจับและสะสมตะกอน ฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลน ลดผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่ง และเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของพื้นที่ในระยะยาว

ภายหลังการติดตามผลการดำเนินงานโครงการ คณะผู้ลงพื้นที่ได้ร่วมรับฟังข้อมูล สภาพปัญหา และข้อเสนอแนะจากองค์การบริหารส่วนตำบลปากทะเล ผู้นำชุมชน และชาวประมงในพื้นที่ เกี่ยวกับปัญหาการสะสมตัวของ “กระซ้า” หรือเปลือกหอยขนาดเล็กจำนวนมากบริเวณปากคลองปากทะเล ซึ่งถูกคลื่นลมและกระแสน้ำพัดพาเข้ามาทับถมอย่างต่อเนื่อง จนก่อให้เกิดความตื้นเขินของร่องน้ำ และส่งผลกระทบต่อการสัญจรทางน้ำของประชาชนในพื้นที่
จากข้อมูลของชุมชนพบว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำ การเคลื่อนตัวของตะกอนชายฝั่ง และปัจจัยทางธรรมชาติอื่น ๆ ส่งผลให้ร่องน้ำบริเวณปากคลองเกิดความตื้นเขินอย่างรวดเร็ว จนเรือประมงพื้นบ้านไม่สามารถเข้า-ออกทะเลได้ตามปกติ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการประกอบอาชีพ การทำมาหากิน และรายได้ของครัวเรือนประมงในพื้นที่

ขณะเดียวกัน องค์การบริหารส่วนตำบลปากทะเลต้องใช้งบประมาณในการขุดลอกร่องน้ำเป็นประจำหลายครั้งต่อปี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและรักษาความสามารถในการสัญจรทางน้ำ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากกระซ้ายังคงถูกพัดพาเข้ามาสะสมซ้ำอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการบริหารจัดการกระซ้าที่ขุดลอกขึ้นมายังมีข้อจำกัดด้านกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ยังพบว่ากระซ้าบางส่วนได้ทับถมรุกล้ำเข้าสู่พื้นที่ป่าชายเลน ส่งผลให้ต้นไม้ป่าชายเลนบางส่วนได้รับผลกระทบจนยืนต้นตาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่งในระยะยาว ทั้งในด้านแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ และศักยภาพของป่าชายเลนในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งตามธรรมชาติ
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้มีพูดคุยหารือและเสนอการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการขุดลอกร่องน้ำอย่างต่อเนื่อง การศึกษาแนวทางป้องกันการไหลเข้าของกระซ้าในระยะยาว ตลอดจนการบริหารจัดการกระซ้าที่สะสมอยู่ในพื้นที่ให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งและป่าชายเลนของพื้นที่ ซึ่งจะนำข้อมูล ข้อเสนอ และความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับจากกานรลงพื้นที่ในครั้งนี้ ไปผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของจังหวัดเพชรบุรีให้เกิดความยั่งยืนต่อไป



