สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ว่า กระทรวงพลังงานของยูเครนรายงานว่า นับตั้งแต่กองทัพรัสเซียยกระดับปฏิบัติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา ระบบโรงไฟฟ้าทำความร้อนของยูเครนได้รับความเสียหายไปแล้วมากกว่า 40%


ขณะที่ บริษัทยูเครเนอร์โก ผู้ประกอบการด้านการจ่ายกระแสไฟฟ้าเพียงรายเดียวของยูเครน จำกัดการจ่ายกระแสไฟฟ้าทั่วประเทศ ระหว่างเวลา 07.00-23.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการสู้รบ พร้อมทั้งเตือนว่า ยูเครนอาจเผชิญกับภาวะไฟฟ้าดับทั้งประเทศ “ภายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า” หากยังไม่ได้รับความร่วมมือด้านการประหยัดไฟ “อย่างจริงจังกว่านี้” จากประชาชน


ในอีกด้านหนึ่ง ทางการภูมิภาคเคียร์ซอน ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน ทยอยอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ไปยังรัสเซีย เพื่อรับมือกับปฏิบัติรุกคืบพื้นที่ครั้งใหญ่ของกองทัพยูเครน ที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นภายในอนาคตอันใกล้นี้ โดยมีการประเมินในเบื้องต้น ว่า การอพยพประชาชนราว 50,000-60,000 คน น่าจะแล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์

หญิงชราชาวยูเครนบนรถบัสโดยสารเพื่อรอการอพยพ ในภูมิภาคเคียร์ซอน ทางตอนใต้ของประเทศ


ทั้งนี้ ภูมิภาคเคียร์ซอนซึ่งรัสเซียยึดได้ตั้งแต่ช่วงต้นของสงครามยูเครน ซึ่งปะทุเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา เป็นอีกหนึ่งพื้นที่มีความสำคัญอย่างมากในทางยุทธศาสตร์ เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักสายเดียวจากแผ่นดินใหญ่ยูเครน ที่เชื่อมต่อกับคาบสมุทรไครเมีย และเป็นปากแม่น้ำดนีโปรหรือไนเปอร์


อนึ่ง เคียร์ซอนเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ประกาศกฎอัยการศึกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ร่วมกับภูมิภาคอีก 3 แห่ง ได้แก่ โดเนตสก์ ลูฮันสก์ และซาโปริชเชีย โดยทั้งสี่เขตลงประชามติขอผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย เมื่อปลายเดือนที่แล้ว.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES