“ภัยพิบัติทางธรรมชาติ” ไม่ว่าจะเป็น พายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว และสึนามิ ถือเป็นเรื่องที่ป้องกันไม่ให้เกิดไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องตามธรรมชาติ แต่เราสามารถลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินได้!!
ในประทศไทย พบเจอภัยธรรมชาติในทุกปี ซึ่งก็หนีไม่พ้น “พายุและน้ำท่วม” ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ส่วนการเกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรงในระดับที่รู้สึกได้อาจจะเกิดไม่บ่อย แต่ก็เป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้!?!
อย่างล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดเหตุแผ่นดินไหวเมื่อ เวลา 04.36 น. จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ขนาด 4.1 ความลึก 2 กิโลเมตร ซึ่งทำให้ประชาชนรู้สึกสั่นไหวบริเวณ 3 จังหวัด คือ เชียงใหม่ ลำพูน และ พะเยา
เรื่อง “ภัยพิบัติทางธรรมชาติ” จึงเป็นเรื่องใกล้ตัวสำหรับทุกคน ที่ไม่ว่าวันใดวันหนึ่ง เราอาจจะกลายเป็นผู้ประสบเหตุได้

การเตือนภัย! จากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นเพื่อให้ประชาชนชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ได้รับรู้ถึงความเสี่ยงถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เช่น พายุ น้ำท่วม เพื่อให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับมือให้ดีที่สุด ป้องกันความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและครอบครัว
อย่างไรก็ตามในต่างประเทศ ได้มีการทำระบบ เอสเอ็มเอ็ม (SMS) หรือ ข้อความสั้น เพื่อใช้แจ้งเตือนประชาชนเวลาเกิดเหตุภัยพิบัติต่างๆ เช่นในประเทศ ญี่ปุ่น เพราะตั้งอยู่ในภูมิศาสตร์ ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดพายุรุนแรงพัดเข้า หรือ เกิดแผ่นดินไหวได้บ่อยๆ หรือเกาหลีใต้ที่มีการแจ้งเตือนเรื่องฝุ่น PM 2.5 มีการทำมานานแล้ว!?!
การแจ้งเตือนด้วย เอสเอ็มเอส ผ่านโทรศัพท์มือถือ จึงเป็นสื่อที่จะเข้าถึงประชาชนได้ดีอีกช่องทาง นอกเหนือจากการแจ้งผ่านวิทยุและทีวี เพราะปัจจุบัน “มือถือ” กลายเป็นอุปกรณ์ที่ติดตัวคนไทยไปแล้ว!!
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเรื่อง เซลล์ บรอดแคสต์ (Cell Broadcast) หรือ ระบบส่งข้อมูลโดยตรงจากเสาสัญญาณ ไปสู่โทรศัพท์มือถือทุกเครื่องในพื้นที่ให้บริการพร้อมกันในรวดเดียว เพื่อแจ้งเตือนภัยพิบัติ ซึ่งในประเทศไทย มีการพูดถึงกันมานานแล้ว!?! แต่ก็ยังไม่ทำสำเร็จสักที?

ในเรื่องนี้ติดขัดอะไร และไทยควรจะมี ระบบ “เซลล์ บรอดแคสต์” ได้หรือยัง?? ที่สามารถให้ผู้บริการมือถือส่ง เอสเอ็มเอส แจ้งเตือนลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยไม่ต้องลงแอพพลิเคชั่นใดๆ ซึ่งระบบเครือข่ายมือถือจะทราบว่า มือถือหมายเลขใด อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยการจับเครือขายกับเสาสัญญาณในบริเวณนั้น ก็จะส่งเอสเอ็มเอส แจ้งเตือนทันที!?!
นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รองเลขาธิการ กสทช.) สายงานกิจการโทรคมนาคม บอกว่า ประเทศไทยมีการพูดคุยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง เซลล์ บรอดแคสต์ มาหลายครั้ง โดยที่ยังไม่สำเร็จ มีสาเหตุจากหลายอย่างส่วนหนึ่งคือการติดขัดเรื่องงบประมาณที่จะมาใช้ดำเนินการในโครงการฯ เพราะการส่งเอสเอ็มเอสจะมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น รวมถึงผู้ให้บริการมือถือ หรือ โอปเรเตอร์ บางรายยังไม่สามารถอัพเกรดฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่รองรับได้
นอกจากนี้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ทั้ง กสทช. ที่เป็นหน่วยงานกำกับ ผู้ให้บริการมือถือ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กทม. และหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ จึงต้องมีการประชุมรวมกันว่าจะดำเนินการอย่างไรบ้าง โดยคาดว่าจะสามารถลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ร่วมกันได้เร็ว ๆ นี้

ซึ่งการทำโครงการนี้ จะต้องแบ่งเป็นสองส่วน โดยเร่งทำในเรื่องของเอสเอ็มเอส ก่อน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้ในปลายปีนี้ จากนั้น ก็จะเร่งทำในเรื่อง เซลล์ บรอดแคสต์ ที่สามารถส่งแจ้งเตือนเป็นรายพื้นที่ และรายบุคคลได้ด้วย เหมือนเช่นที่ประเทศญี่ปุ่นทำ
การติดรั้งระบบของผู้ให้บริการมือถือจะต้องใช้เวลาในการอัพเกรดระบบและติดตั้งประมาณ 6 เดือน และ ทดลองระบบอีก 3-4 เดือน คาดว่าจะสำเร็จใช้งาน ระบบ เซลล์ บรอดแคสต์ ได้ในปีหน้า ส่วนเรื่องงบประมาณเป็นเรื่องที่ต้องหารือกัน ซึ่งอาจจะต้องใช้งบจากกองทุนยูโซ่ ได้หรือไม่!!
แต่ส่วนสำคัญ คือ การเขียนข้อความแจ้งเตือนจะใช้คำอย่างไร หน่วยงานไหนจะเป็นผู้เขียน ข้อมูลมาจากกรมอุตุฯ แต่ ปภ.จะเป็นหน่วยงานที่แจ้งเตือน หรือไม่ แต่ทั้งหมดควร มาจากแหล่งเดียว เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเชื่อถือได้ ต้องมีมาตราฐาน เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกแก่สังคม หรือถูกมองหรือเข้าใจว่าเป็นเฟคนิวส์!!
ซึ่งเรื่องนี้ต้องมาหารือกันในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ข้อสรุปโดยเร็ว โดยทุกหน่วยงานต้องร่วมกันเป็นเจ้าภาพ เรื่องนี้ ไม่ใช่แค่ กสทช.`!!
ด้าน นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา อดีต กสทช. กล่าวว่า ตามประกาศ กสทช. มีเงื่อนไขให้ค่ายมือถือดำเนินการเรื่องนี้ กำหนดในใบอนุญาตอยู่แล้ว สามารถกำหนดให้ทำได้ แต่อาจต้องหารือกันเรื่อง ค่ายใช้จ่ายหน่วยงานใดจะรับผิดชอบ จะให้ค่ายมือถือรับผิดชอบ หรือหน่วยงานรัฐออกเงิน หรือจะใช้เงินยูโซ่ แต่เข้าใจว่าในเบื้องต้นจะมีการทำโครงการนำร่อง ในพื้นที่ กทม. เพราะมีการรวมศูนย์ฯ ทางผู้ว่าฯ กทม. สามารถตัดสินใจได้เลย

หากเป็นภาพใหญ่ระดับประเทศ มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กรมอุตุฯ กรมชลประทาน และ ปภ. ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าใครมีอำนาจทำเรื่องนี้ และจะแจ้งเตือนภัยพิบัติ หรือ แค่พยากรณ์อากาศ และระดับไหนถึงจะแจ้งเตือน ไม่เช่นนั้น ทางค่ายมือถือ อาจจะสับสนหน่วยงานนั้น หน่วยงานนี้ ก็ให้แจ้งเตือน จึงควรมีศูนย์กลาง และจะให้อธิบดีของกรมใด เป็นผู้แจ้งข้อมูลไปยังค่ายมือถือให้ส่งแจ้งเตือนถึงประชาชนได้เลย
สุดท้ายแล้วถือเป็นเรื่องที่หน่วยงานต่างๆ ควรร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพราะภัยพิบัติทางธรรมชาติ สามารถเกินขึ้นได้ทุกเมื่อ การแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้!?!
จิราวัฒน์ จารุพันธ์



